การวิจัยการตลาด สิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณ เท่าทัน คู่แข่ง

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ การวิจัยการตลาด สิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณ เท่าทัน คู่แข่ง

บทความ www.seolnwza.com



ใครหลาย ๆ คนที่ตัดสินใจที่จะลงทุนทำ ธุรกิจ แต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จ เราอยากให้คุณลองมองย้อนกลับไปว่า คุณได้ทำสิ่งสำคัญที่จะทำให้ ธุรกิจ ของคุณ เดินหน้า และ เท่าทัน คู่แข่ง นั่นคือ การวิจัยการตลาด ( Marketing Research ) ดีพอรึยัง

 

การวิจัยการตลาด ( Marketing Research ) เป็นอีกสิ่งมี่ใคร ๆ ก็ต้องทำเป็นอันดับต้น ๆ ของการเริ่ม ธุรกิจ ซึ่งหากทำออกมาดี ธุรกิจ ของคุณก็จะรู้เท่าทัน เหตุการณ์การตลาด ในปัจจุบัน ทำให้คุณมีโอกาส สร้างจุดแข็งของธุรกิจคุณ หรือ รู้ทันจุดอ่อนของคู่แข่ง และ ใช้จุดอ่อนนั้นเปลี่ยนมาเป็น โอกาสในกอบโกยรายได้ เข้าสู่อ้อมแขนของคุณ ได้อย่างง่ายดาย

 

การวิจัยการตลาด ( Marketing Research )

เป็นกระบวนการหนึ่งที่ทำเพื่อ วิเคราะห์ และ วางแผนการตลาด ให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยกระบวนการ การวิจัยการตลาด ( Marketing Research ) นี้ จะเริ่มจากการ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ตีความ และ รายงานผล ทางด้านวิชาการออกมา จากนั้นก็นำเอาข้อมูลที่ได้ มาวางแผนการทำงาน และ การตลาด ให้มีโอกาส ประสบความสำเร็จ และ บรรลุเป้าหมายสูงสุด ที่ตั้งไว้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การวิจัยการตลาด ( Marketing Research ) ยังสามารถตอบสนอง ความต้องการ และ สร้างความพึงพอใจ ให้แก่ลูกค้าได้ดี อีกด้วย

 

image_blog_612

 

เหตุผลที่ต้องทำ การวิจัยการตลาด ( Marketing Research ) นั้น ก็เพราะในปัจจุบันนี้ มีการแข่งขันในทางธุรกิจ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงต้องทำ การวิจัยการตลาด ( Marketing Research ) เพื่อวางแผนให้ ธุรกิจ ของคุณให้สามารถ เอาชนะคู่แข่งได้ และ ยังเป็นการวางแนวทาง ที่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ การวิจัยการตลาด ( Marketing Research ) ก็เป็นกลยุทธ์ ที่จะช่วยเพิ่มยอดขาย ได้เช่นกัน

 

 

กลยุทธ์ การส่งเสริมการตลาด ( Promotion Strategy )

กลยุทธ์ การส่งเสริมการตลาด ( Promotion Strategy ) เป็นแผนปฎิบัติการ ที่อาศัยกิจกรรมการตลาด ในรูปแบบต่าง ๆ ให้เหมาะสม กับกลุ่มเป้าหมาย และ สถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอาศัยการวางแผน และ พัฒนา เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ของ ธุรกิจ กลยุทธ์ การส่งเสริมการตลาด ( Promotion Strategy ) ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ คือ

 

1. กลยุทธ์ดึง ( Pull Strategy )

เป็นการจัดกิจกรรม ทางการตลาด โดยการโฆษณา และ การส่งเสริมการขาย เช่น การจัดแสดงสินค้า การแลกซื้อ การแจกของตัวอย่าง เป็นต้น ซึ่ง กลยุทธ์ดึง ( Pull Strategy ) จะมุ่งสู่ผู้บริโภคคนสุดท้าย เพื่อให้เกิดความสนใจ และ ต้องการสินค้า แล้วไปถามหา หรือ ซื้อสินค้า จากคนกลาง ที่เป็นผู้ค้าปลีก หรือ ผู้ค้าส่ง ขณะเดียวกัน คนกลาง ก็เกิดความต้องการสินค้า จากผู้ผลิต

 

image_blog_612

 

2. กลยุทธ์ผลัก ( Push Strategy )

กลยุทธ์ผลัก ( Push Strategy ) เป็นการผลักสินค้า ของผู้ผลิตไปสู่คนกลาง โดยอาศัยพนักงานขาย ให้เป็นผู้ผลักดันสินค้า ไปตามช่องทาง การจัดจำหน่าย ซึ่ง กลยุทธ์ผลัก ( Push Strategy ) จะต้องใช้ การกระตุ้นพนักงานขาย โดยเสนอผลตอบแทนต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานขาย เกิดความพยายาม ในการขายสินค้า ให้มากขึ้น เช่น การให้เงินรางวัลพิเศษ กับพนักงานขาย ที่ทำยอดขายได้สูง การเลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น

 

image_blog_612

 

3. กลยุทธ์ผสม ( Push and Pull Strategy )

กลยุทธ์ผสม ( Push and Pull Strategy ) เป็นการใช้ กลยุทธ์ ผลัก - ดึง ร่วมกัน กล่าวคือใช้ การส่งเสริมการขาย ที่มุ่งสู่ผู้บริโภค ร่วมกับ การส่งเสริมการขาย ที่มุ่งสู่คนกลาง และ พนักงานขาย เช่น การประกวดจัดร้านคูปอง หรือ สิ่งจูงใจอื่น ๆ ผลักให้ร้านค้าปลีก นำสินค้ามาโชว์ ขณะเดียวกัน ก็ใช้การชิงโชค ของแจก ของแถม เพื่อดึงให้ลูกค้า มาซื้อสินค้าที่ร้าน เป็นต้น

 

image_blog_612

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การปรับตัว ที่ส่งผลต่อ เทรนด์โลก ในอนาคต

เทคนิค การส่งเสริมการขาย ในยุคปัจจุบัน

Created : 29-10-2021

บทความที่น่าสนใจ

สร้างคอนเทนต์อย่างไรให้แตกต่างไม่เหมือนคนอื่น

แพลตฟอร์มการตลาดสุดล้ำ TikTok for Business


phone line