สรุปให้เข้าใจง่าย กับกลยุทธ์ SEO

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ สรุปให้เข้าใจง่าย กับกลยุทธ์ SEO

บทความ www.seolnwza.com



ปัจจุบัน โลกออนไลน์ถูกขับเคลื่อนด้วย SEO มากขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรานำเรื่องนี้มาสรุปให้กับคนทั่วไปได้เข้าใจง่าย และนำไปปรับใช้กับตนเองได้อีกด้วย

 

     ทุกวันนี้คนค้นหาสิ่งที่ตัวเองสงสัย หรือต้องการใน Google และใช้บ่อยไม่แพ้ Facebook, Instagram, Youtube หรือ Line จำนวนการค้นหาหรือคำถามที่ Google ได้รับอยู่ “ทุกวินาที” นั้นเกินกว่า 40,000 ครั้ง หมายความว่า Google ได้รับคำถามและคำที่ถูกค้นเกิน 3.5 พันล้านในแต่ละวัน

     ฉะนั้นการเอาเว็บไซต์หรือแอปฯขึ้นหน้าหนึ่งและติดอันดับต้น ๆ บน Google จึงเป็นเรื่องที่ธุรกิจหลาย ๆ เจ้าให้ความสำคัญ เมื่อคนค้นหาในสิ่งที่สงสัยหรือต้องการ เว็บไซต์ของเราจะต้องปรากฎให้คนนั้นเห็นเพื่อไปตอบข้อสงสัยหรือตอบโจทย์ความต้องการของคนนั้น ( ทำเว็บไซต์ดักรอให้คนเห็นตามหลัก Pull Marketing ) ไม่เหมือนการทำเนื้อหา และโฆษณาบน Social Media ที่ต้องโพสให้คนเห็นเพื่อกระตุ้นให้คนสนใจ และต้องการตามหลัก Push Marketing

     เราเลยอยากสรุปใจความสำคัญว่า SEO คืออะไรกันแน่ จากนั้นเราจะสอนกลยุทธ์ ขั้นตอน และเครื่องมือที่ใช้ทำ SEO รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลต่ออันดับของเว็บไซต์บน Google

 

          SEO คืออะไร ?

     SEO หรือ Search Engine Optimization คือการทำให้คนเห็น เยี่ยมชม และได้รับประสบการณ์ที่ดีจากเว็บไซต์ หรือใช้แอปพลิเคชั่นมากขึ้นบน Google ที่ครองตลาดใหญ่ที่สุดของ Search Engine โดยไม่พึ่งเงินทำโฆษณาออนไลน์ให้คนคลิกเข้าเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่นตรง ๆ ( Pay per click ) เป็นหลัก

     SEO จะทำหน้าที่ให้คนรับรู้ว่าเว็บไซต์ของเราอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งที่สงสัย และลองเข้าไปเยี่ยมชม และสนใจ  และหากสนใจจนอยากซื้อสินค้า หรือใช้บริการ ก็สามารถค้นหาแบรนด์ของเรา และเจอเว็บไซต์ของเราที่ทำ Google Adwords รอไว้อยู่แล้วซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEM ( Search Engine Marketing ) นั่นเอง ( แต่ในที่นี้จะขออธิบายแค่ SEO เท่านั้น ) SEO จึงไม่ใช่แค่การทำให้เว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่นที่เป็น Digital Asset ติดอันดับหน้าหนึ่งบน Google เพียงอย่างเดียว

 

          กลยุทธ์ในการทำ SEO

     ถ้าแบรนด์ของเราไม่ได้ติดตลาดจริง ๆ ก็ไม่ควรหวังให้กลุ่มเป้าหมายค้นหาชื่อแบรนด์ สินค้า หรือบริการของเราตรง ๆ เพราะว่าก่อนที่กลุ่มเป้าหมายจะหาชื่อแบรนด์ของเราเจอ จะต้องมีการ “เดินทาง” มาก่อน

     ฉะนั้นกลยุทธ์หลัก ๆ ในการทำ SEO ( จริง ๆ คือกลยุทธ์หลัก ๆ ในการทำ Digital Marketing ) จะต้องทำให้เว็บไซต์ไม่กระโดดไปขายของเลย แต่ต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักก่อน แล้วค่อยกระตุ้นความสนใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้า และบริการที่เราขาย ก่อนที่จะมาเป็นลูกค้า และบอกต่อแบรนด์ต่อไป

1. ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักเว็บไซต์ของเราก่อน

     กลุ่มเป้าหมายในขั้นนี้ไม่ได้ตั้งใจค้นหาชื่อแบรนด์ของเราแต่แรก แต่จะเริ่มจากค้นหาสิ่งที่สงสัยและต้องการก่อน เช่นกลุ่มเป้าหมายอยากกินอาหารญี่ปุ่นแถวสีลม อาจจะค้นหาคำว่า “ร้านอาหารญี่ปุ่นแถวสีลม” แล้วเจอเว็บไซต์ของร้านอาหารญี่ปุ่นที่บนหน้าแรกของ Google และรวมถึงเว็บไซต์แนะนำร้านอาหารที่ว่า ซึ่งพอคลิกเข้าไปดูแล้วก็อาจจะเจอร้านอาหารของเราก็ได้ส่วนเว็บไซต์จะเป็นของเรา หรือของคนอื่นก็ได้

2. ทำเนื้อหา และออกแบบเว็บไซต์ให้น่าสนใจ

     ขั้นตอนนี้ไม่ใช่การโฆษณาขายแบรนด์ สินค้าหรือบริการของเรา แต่ให้รายละเอียดลักษณะสินค้าบริการของเรากับกลุ่มเป้าหมาย เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่กลุ่มเป้าหมายหาข้อมูลเพิ่มเติม อยากรู้จักแบรนด์ของเรามากขึ้น รวมไปถึงการออกแบบเว็บไซต์ให้น่าสนใจ

3. ให้ความรู้เกี่ยวกับประเภทสินค้า หรือบริการที่เราขาย

     ขั้นตอนนี้ท้าทายสำหรับแบรนด์ที่ขายสินค้าราคาแพง มีความใหม่ ซับซ้อน คู่แข่งเยอะ แบรนด์เราก็ไม่ใช่แบรนด์เดียวที่เป็นตัวเลือกของกลุ่มเป้าหมาย ฉะนั้นเว็บไซต์ควรทำเนื้อหาที่เปรียบเทียบสินค้า และบริการระหว่างแบรนด์ของเรากับคู่แข่งในแง่ต่าง ๆ รวมถึงสินค้า หรือบริการที่ใช้ทดแทนกันได้ แล้วชูจุดขาย หรือ Unique Value Proposition ของสินค้าขึ้นมา

4. ขายของ

     ขั้นตอนนี้การทำ Google Adwords จะมีประสิทธิภาพมากกว่าทำ SEO เฉย ๆ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายตัดสินใจที่จะซื้อสินค้า หรือเลือกใช้บริการของเราแล้ว จึงค้นหาชื่อแบรนด์ของเราโดยตรง ฉะนั้นควรทำให้เว็บเพจที่ขายของไปอยู่อันดับต้น ๆ บนหน้าแรกของ Google โดยใช้โฆษณา Google Adwords ดีกว่าปล่อยให้กลุ่มเป้าหมายไปเจอเว็บไซต์ของคู่แข่งแทน

5. กระตุ้นให้ลูกค้าได้เขียนรีวิวสินค้า และบอกต่อ

     ขั้นตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้มากนอกจากเปิดพื้นที่ออนไลน์ให้ลูกค้าได้เขียนรีวิวสินค้า หรือบริการที่ใช้ไปแล้ว หรือเราสามารถขอให้ลูกค้าเขียน Testimonial ให้กับเว็บไซต์ ซึ่งจริง ๆ แล้วลูกค้าจะไปรีวิว หรือบอกต่อที่ไหนก็ได้เช่น Pantip

     ขั้นตอนนี้จึงกลายเป็นเรื่องของการสร้างชื่อเสียงของแบรนด์ซึ่งจะส่งผลต่อการทำ SEO ในอนาคต เช่นชื่อแบรนด์ของเราติดตลาดแล้ว เราเลยสามารถใช้ชื่อแบรนด์เป็นคีย์เวิร์ดได้ ยิ่งคนพูดถึงเยอะเรายิ่งได้ traffic เยอะจากชื่อแบรนด์ของเราเป็นต้น

 

     จะสังเกตว่า SEO จะมีบทบาทมากในสามขั้นตอนแรกสำหรับลูกค้าที่ไม่รู้ว่าแบรนด์ไหนตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ส่วนอีกสองขั้นตอนหลัง SEO จะเป็นกิจกรรมที่คอยสนับสนุนมากกว่า และการทำ SEO ไม่ใช่จะต้องไม่เสียเงินเสมอไป เช่นการทำ Advertorial จ้างเว็บไซต์ดัง ๆ มารีวิวแนะนำประเภทของสินค้าที่เราขาย และเอาแบรนด์ของเราเข้าไปด้วย หรือการทำ Google Adwords กับเว็บเพจที่ไม่ได้เน้นขายของเพื่อเพิ่ม traffic และความน่าเชื่อถือ ( แต่ไม่ได้ทำให้ Organic Reach เพิ่มขึ้น ) เป็นต้น

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

คำต้องห้ามในการ ยิงแอด Facebook

Google PageSpeed Insights หนึ่งตัวช่วยของ เว็บไซต์

Created : 07-07-2021

บทความที่น่าสนใจ

กรุ๊ปเอ็ม จับมือ ลาซาด้า ยกระดับอีคอมเมิร์ซ

วิเคราะห์ SEO เว็บไซต์คู่แข่ง


line line