เทคนิคการเขียนบทความด้วย SEO

Share : เทคนิคการเขียนบทความด้วย SEO เทคนิคการเขียนบทความด้วย SEO เทคนิคการเขียนบทความด้วย SEO เทคนิคการเขียนบทความด้วย SEO

เทคนิคการเขียนบทความด้วย SEO

บทความ www.seolnwza.com



บทความในเว็บไซต์ของคุณ มีคนอ่านมากแค่ไหน ? เชื่อหรือไม่ว่าการเขียนบทความที่มีคุณภาพ เมื่อติดอันดับบน Google จะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ชมเว็บไซต์และขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้นได้อีกด้วย ถือเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่ใช้งบการตลาดน้อยที่สุดก็ว่าได้

 

 

ทำไมต้องติดอันดับใน Google

 

เพราะว่า Google นั้นเป็นช่องทาง ที่นักอ่านจากทั่วทุกมุมโลก สามารถเข้าถึงบทความ ของคุณได้ดีที่สุด หากบทความของคุณ ติดอันดับบน Google ก็จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณ เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และบทความนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคที่จะทำให้บทความของคุณติดอันดับใน Google กันค่ะ

 

1 วิเคราะห์ Keyword

สำหรับการ เขียนบทความ Keyword ที่เราเลือกใช้ ไม่จำเป็นต้องใช้คำเดียว กับหน้าเว็บไซต์หลักของเราเสมอไป แต่ควรเลือก Keyword ที่เหมาะสมกับบทความ ที่เราจะเขียนและสื่อออกไป มากกว่า ให้เน้นไปที่การสร้างคุณภาพให้กับบทความ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณ ติดอันดับการค้นหาในหลาย ๆ Keyword เพราะในปัจจุบันอัลกอลิทึมของ Google นั้นได้ถูกพัฒนาจน ฉลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ สามารถเรียนรู้ได้ว่า บทความที่เราเขียนนั้น มีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ หรือไม่

 

 

2 ตั้งหัวข้อสำหรับ เขียนบทความ

สำหรับการตั้งหัวข้อบทความ หลายคนมักจะมีไอเดีย ตั้งต้นมาก่อนแล้วว่า อยากจะพูด หรือเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร แบบไหน แต่สิ่งที่เราต้องเพิ่มเข้าไปก็คือ Keyword ที่เกี่ยวกับบทความของเรานั่นเอง พร้อมกับเพิ่มเทคนิค ที่ทำให้หัวข้อบทความ ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นเช่นการขึ้นหัวข้อด้วย ปัญหา คำถาม ตัวเลข หรือ Call to action

 

 

 

3 วางโครงสร้างบทความ

การวางโครงสร้างบทความ จะช่วยให้เราจับประเด็นในเรื่องที่จะเขียน และเรียงลำดับความสำคัญ ของเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น บทความนี้พูดถึงเรื่องอะไรบ้าง เอาเนื้อหาไหนขึ้นก่อน จะบบทแบบไหน โดยตั้งชื่อของหัวข้อหลัก และหัวข้อรองให้ชัดเจน การวางโครงสร้างบทความให้ชัดเจน ยังช่วยให้ผู้ที่เข้ามาอ่านบทความ สามารถอ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น เข้าใจสิ่งที่เราจะสื่อดีขึ้นด้วย ประโยชน์ของการวาง โครงสร้างบทความ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ หลังจากที่เราเขียนคอนเทนต์ เสร็จแล้วให้เรากลับมาใส่ Heading Tag ให้กับหัวข้อหลัก และหัวข้อรองที่เรากำหนดเอาไว้

 

ซึ่งการใส่ Heading Tag ลงในหัวข้อนั้น ยังช่วยให้บทความของเรา รองรับการแสดงผลบน Zero Position ช่วยให้บทความของคุณ มีโอกาสที่คนจะคลิก เข้ามาดูมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลสำรวจจาก searchengineland พบว่า เว็บไซต์ที่ติดอันดับบน Zero Position จะเพิ่มโอกาสในการคลิกเข้าชม หน้าเพจนั้นขึ้นอีกถึง 8.6 % ถือว่าเป็นค่าที่เยอะมา หากเทียบการไม่ใส่ Heading Tag การที่ไม่ใส่ Heading Tag นั้นจะทำให้ การค้นหาเข้าถึงบทความของเราได้ยาก จึงมีผู้คนเข้ามาอ่านน้อย ทำให้การติดอันดับ ของบทความเราเป็นไปได้ยากขึ้น

 

 

 

4 ลงมือ เขียนบทความ

เมื่อเราวางโครงสร้างบทความเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการลงมือเขียนนั่นเอง

 

การเขียนบทความในช่วงแรก ให้เขียนไปตามอารมณ์ของเราก่อน โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเขียนผิด จะใช้ภาษาแบบไหนก็ได้ เพื่อให้บทความที่เขียนมีความไหลลื่น และเป็นธรรมชาติมากที่สุด ตามลำดับโครงสร้างบทความที่เราวางเอาไว้

 

เคล็ดลับสำหรับการเขียนเนื้อหา

 

บทความที่ดีควรเขียนไม่ต่ำกว่า 250 คำ ซึ่งหากเราวางโครงสร้าง บทความไว้มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเขียนบทความได้ลึกยิ่งขึ้น

 

แทรก Keyword ในส่วนต่าง ๆ ก็บทความ

ชื่อบทความ ย่อหน้าแรก หัวข้อหลัก หัวข้อรอง ( ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกหัวข้อ ) และตามส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหา โดยการแทรก keyword ในเนื้อหา ความเหมาะสมจะอยู่ที่ 5 % ของจำนวนคำทั้งหมดในบทความ สามารถใส่มากกว่านั้นได้ แต่ไม่ควรมากจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ Bot ของ Google มองว่าเป็นการสแปม Keyword และแบนบทความของเราไปซะก่อน

 

 

 

5 การเลือกใส่ ภาพประกอบ

ผลสำรวจจาก skyword พบว่า บทความที่มีรูปภาพประกอบตัวอักษร ( ที่เกี่ยวข้องกับบทความ ) สามารถแสดงความคิด ที่จะสื่อลงในบทความให้ผู้อ่านได้มากกว่า และจะมีคนอ่านมากกว่า บทความที่ไม่มีรูปมากถึง 94 %

 

แต่มีหลายคน และหลาย ๆ เว็บไซต์ ที่ยังไม่เห็นความสำคัญ หรือมองข้ามการใส่ภาพประกอบ ในบทความไปอยู่มาก ซึ่งความจริงแล้ว การใส่ภาพประกอบ เป็นอีกส่วนที่ช่วยในเรื่องของ การทำ SEO อีกด้วย อะไรก็ตามที่เป็นการอำนวยสะดวก และสร้างประสบการณ์ที่ดี ให้กับผู้ชมเว็บไซต์ Google ก็ยิ่งชอบ

 

นอกจากนี้ เรายังสามารถแทรก Keyword เข้าไปในรูปภาพได้อีกด้วย โดยการใส่คำอธิบายให้กับรูปภาพ หรือที่หลายคนเรียกว่าข้อความ Alt Text นั่นเอง

 

 

 

6 Internal Link & External Link

การเพิ่มพลัง ให้บทความด้วย Internal Link ( ลิงก์ภายใน ) และ External Link ( ลิงก์ภายนอก )

 

Internal Link หรือลิงก์ภายใน มีส่วนช่วยในการสร้าง Traffic ภายในเว็บไซต์ เมื่อเราทำลิงก์เชื่อมโยงไปหาบทความ หรือหน้าเว็บไซต์ที่มี ความเกี่ยวข้องกับบทความนั้น Google ก็จะมองว่าเว็บไซต์ของเรา มีความเชื่อมโยงกัน

 

มีการคลิกที่ Internal Link เพื่อไปอ่านอีกบทความ ในเว็บไซต์ Google ก็จะมองว่า Traffic ที่เกิดขึ้นภายในนั้น มีคุณภาพมากขึ้น เพราะมีการเชื่อมโยงถึงกัน อย่างเป็นระบบ

 

External Link หรือลิงก์ภายนอก หลายคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมเราต้อง ทำลิงก์ออกไปข้างนอกด้วยล่ะ ?

 

ความจริงแล้ว google นั้นมองว่าบทความ ที่มีคุณภาพ จะดึงดูดกันและกัน ซึ่งหมายความว่า หากบทความของเรา มีการอ้างอิงจากเว็บไซต์ หรือใช้สถิติจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ และน่าเชื่อถือ Google ก็จะมองว่าเว็บไซต์ของเรา มีคุณภาพไปด้วย

 

 

 

7 Recheck & Rewrite

เมื่อเราเขียนบทความเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก็คือการ ตรวจสอบความถูกต้อง ทั้งเนื้อหา ตัวสะกด หรือการปรับแต่ง SEO ในส่วนต่าง ๆ ว่าถูกต้อง และครบถ้วนหรือไม่ นอกจากนี้ การอ่านบทความที่เขียนซ้ำ ๆ จะช่วยให้เรามองเห็นมุมใหม่ ๆ มีอะไรบ้างควรจะเพิ่มเข้าไปในเนื้อหา หรือปรับเกลาคำให้ดีขึ้น เป็นการพัฒนาฝีมือการเขียนไปในตัวด้วย บทความต่อไปที่เราเขียน จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน !

 

 

 

8 ตั้งค่า Meta Tag

นอกจากการทำ SEO ในบทความแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำหลังจากนี้ก็คือ การตั้งค่า Meta Tag

 

Meta Tag คือข้อความรหัส HTML หรือคำอธิบายสำหรับ หน้าเว็บไซต์หน้านั้น ๆ โดยการตั้งค่า Meta Tag ข้อความจะไม่แสดง บนหน้าเว็บไซต์ของเรา แต่จะไปแสดงบน Google Search โดยสิ่งที่เราจะเห็นได้ชัดเจน เลยคือส่วนของ Title และ Description ที่จะแสดงตัวอย่างบทความ ออกมาให้ผู้คนคลิกเลือกอ่าน

 

ข้อความ Title

การตั้งค่าข้อความ Title สิ่งสำคัญคือ ต้องมี Keyword ประกอบอยู่ด้วย โดยเราสามารถใช้หัวข้อ ของบทความได้เลย จำนวนคำที่เหมาะสมกับ Title จะอยู่ที่ ไม่เกิน 70 ตัวอักษร

 

ข้อความ Description

เป็นเหมือนคำอธิบาย ที่ช่วยขยายความให้กับ Title เป็นการเกริ่น เพื่อบอกว่าบทความนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร การตั้งค่า Description จำนวนคำที่เหมาะสมจะอยู่ที่ ไม่เกิน 250 ตัวอักษร

 

 

 

9 กำหนด URL เว็บไซต์

เป็นการตั้งค่า SEO อีกอย่างหนึ่ง ที่อยู่นอกเหนือบทความ เป็นส่วนที่สามารถใส่ Keyword เข้าไปได้เช่นกัน หากคุณเขียนบทความ ภาษาไทย ใช้ Keyword ภาษาไทย คุณอาจจะต้องเลือกว่า ต้องการให้ URL มี Keyword และใช้ภาษาไทย หรือยอมไม่ใส่ Keyword และใช้เป็นภาษาอังกฤษ การใช้ URL เป็นภาษาไทย เมื่อคุณ Copy URL ไปโพสต์ต่อในช่องทางต่าง ๆ หรือแชร์ให้กับเพื่อน URL จะมีลักษณะยาวมาก ๆ และประกอบไปด้วยตัวอักษรพิเศษ เช่น b8ออนไ เป็นต้น ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไป บนหน้าเว็บไซต์ ที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก

 

 

10 Marketing Channel

อย่าปล่อยให้บทความของคุณ นอนกองอยู่ในหน้าเว็บเพื่อ รอคนอ่านอยู่ฝ่ายเดียว การนำบทความที่เขียน ไปส่งต่อหรือแชร์ ตามช่องทางต่าง ๆ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยคนอ่าน สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณได้ง่าย และมากยิ่งขึ้น เมื่อเกิด Trafiic เหล่านี้ ก็จะช่วยให้บทความของคุณมีโอกาสติดอันดับ Google ได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทำไมกลยุทธ์ การตลาดดิจิทัล ถึงต้องการ Instagram

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO

 

Created : 10-03-2021

บทความที่น่าสนใจ

สิ่งที่ Sales Page ต้องมีไว้พิชิตยอดขาย

เทรนด์ใหญ่ e-Commerce ปี 2020