20 เทรนด์อีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มยอดขาย

Share : 20 เทรนด์อีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มยอดขาย 20 เทรนด์อีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มยอดขาย 20 เทรนด์อีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มยอดขาย 20 เทรนด์อีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มยอดขาย

บทความ

20 เทรนด์อีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มยอดขาย



ปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเอเชียทั้งหมด 46% ที่ซื้อผลิตภัณฑ์หรือสินค้าจากมือถือ และจะมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนในปีต่อๆ ไป

 

ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นวิวัฒนาการจำนวนมากในการทำอีคอมเมิร์ซ โดยเริ่มต้นจากการใช้มือถือที่เพิ่มขึ้น และธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าและจะยังคงทำแบบนั้นต่อๆ ไป ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบ B2C หรือ B2B ก็ตาม คุณไม่สามารถเพิกเฉยต่อเทรนด์อีคอมเมิร์ซ 20 ประการที่จะเกิดขึ้นนี้ ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีการทำงานของอีคอมเมิร์ซในปี 2019 และแน่นอนว่ามันสามารถช่วยคุณเพิ่มยอดขายอย่างได้ผลอีกด้วย

 

1. ประสบการณ์ของลูกค้าที่ดีขึ้น (ผู้ช่วยเสมือน)

การซื้อสิ่งของจากร้านค้าออนไลน์และร้านค้าที่มีหน้าร้านนั้น ทั้งสองอย่างเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างกัน แต่ธุรกิจแบบอีคอมเมิร์ซกำลังฝึกประสบการณ์ทั้งสองอย่างนี้ให้เหมือนกันในอนาคตอันใกล้ โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในร้านค้าจริงคือผู้ช่วยมนุษย์ที่ช่วยให้คุณค้นหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับคุณตามรสนิยมและความชอบของคุณ และสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในปีต่อๆ ไปก็คือ เมื่อคุณเข้าสู่เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ จะมีผู้ช่วยเสมือนคอยแนะนำคุณโดยการถามคำถามต่างๆ ซึ่งผู้ช่วยเสมือนนี้จะทำให้การซื้อสินค้าสมจริงยิ่งขึ้นและการตัดสินใจซื้อจะดีขึ้น

 

2. เพิ่มความเป็นจริงและความเป็นจริงเสมือนในอีคอมเมิร์ซ

Augmented Reality เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอีคอมเมิร์ซ และเป็นหนึ่งในเทรนด์อีคอมเมิร์ซที่เพิ่มขึ้นสำหรับปี 2562 ซึ่ง AR จะช่วยผู้ซื้อในการเลือกผลิตภัณฑ์โดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่การซื้อมีความเหมือนจริงมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

- Sephora ร้านขายเครื่องสำอางแห่งประเทศฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงในด้านประสบการณ์ลูกค้าที่ยอดเยี่ยม ได้ใช้ความเป็นจริงที่เพิ่มขึ้นเพื่อลองใช้รูปลักษณ์การแต่งหน้าที่แตกต่างกันและถ่ายรูปกับชุดที่คุณวางแผนจะไปด้วย

- IKEA Place เป็นแอพฯ ที่ใช้ AR ช่วยให้ผู้ใช้ทดลองใช้เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เสริมก่อนซื้อ

 

3. จุดเด่นของแอพฯ มือถือ

การพัฒนาเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่มีประสิทธิภาพเป็นขั้นตอนแรกสำหรับธุรกิจการขายออนไลน์ใดๆ ก็ตาม แต่ความกระตือรือร้นไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้ นั่นก็เพราะว่าเพราะผู้ซื้อให้ความสำคัญกับโทรศัพท์มือถือมากกว่า และล้วนมีความต้องการซื้อสินค้าจากมือถือของตัวเอง โดยจากข้อมูลของ SearchEngineLand บอกว่าเกือบ 60% ของการค้นหาทั้งหมดของ Google นั้นมาจากอุปกรณ์พกพา ดังนั้นเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นจึงแนะนำธุรกิจประเภทต่างๆ ควรทำให้เว็บไซต์เป็นมิตรกับมือถือมากขึ้น แต่แอพฯ มือถือนั้นมีความเหนือกว่าตรงที่ผู้ใช้งานจะเรียกดูผลิตภัณฑ์มากถึง 286% บนแอพฯ มือถือมากกว่าเว็บบนมือถือ

 

4. การค้นหาสินค้าขั้นสูง

สำหรับเทรนด์อีคอมเมิร์ซนี้ยกตัวอย่างง่ายๆ คือเมื่อคุณพิมพ์คำว่า “ซัมซุง” ในแถบค้นหาของเว็บอเมซอน ทางเว็บก็จะแนะนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ประกอบด้วยคำสำคัญสำหรับ“ ซัมซุง” เช่นหูฟังซัมซุงขึ้นมาให้ โดยคำแนะนำเหล่านี้ก็จะขึ้นอยู่กับความนิยม ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเวลาแล้วยังช่วยให้คุณได้ทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดของแบรนด์อีกด้วย ดังนั้นหนึ่งในเทรนด์อีคอมเมิร์ซของปี 2019 อาจเป็นการค้นหาผลิตภัณฑ์ขั้นสูงซึ่งเราสามารถดูคำแนะนำที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยคำแนะนำเหล่านี้จะได้รับการกลั่นกรองและอิงตามความสนใจมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้จะย่นระยะเวลาการซื้อลงอย่างแน่นอน

 

5. การเรียนรู้ของเครื่องจักรกลและ AI

การเรียนรู้ของเครื่องจักรกลและ AI กำลังสร้างผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจหลักๆ ทั้งนี้การเรียนรู้ของเครื่องจักรกลจะเป็นแอพพลิเคชั่นที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นโดยอ้างอิงจากข้อมูลก่อนหน้าและพฤติกรรมการซื้อของคุณ ซึ่งถือเป็นความสมเหตุสมผลอย่างสมบูรณ์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพราะทุกคนมีตัวเลือกและความชอบที่แตกต่างกันนั่นเอง เช่นเดียวกับร้านค้าแบบมีหน้าร้านที่คุณเป็นลูกค้าประจำ แล้วเจ้าของร้านรู้ว่าคุณชอบเสื้อผ้าสไตล์ไหน ซึ่งอีคอมเมิร์ซก็จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอย่างนั้น

 

6. ส่วนบุคคล

ลูกค้า 45% ต้องการซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่สามารถให้คำแนะนำส่วนบุคคลได้ และ 56% ของผู้ซื้อออนไลน์จะกลับไปที่ร้านอีคอมเมิร์ซที่ให้คำแนะนำส่วนตัว

 

7. โฆษณาตามความสนใจ

โฆษณาส่วนบุคคลที่รู้จักกันว่าเป็นโฆษณาที่ขับเคลื่อนตามความสนใจจะมีความแม่นยำมากขึ้นในปี 2562 โดย Google พยายามจัดหาโฆษณาที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้ และโฆษณาส่วนบุคคลเป็นหนึ่งในแนวโน้มอีคอมเมิร์ซในปี 2562

 

8. การค้นหาด้วยเสียงจะเปลี่ยนโฉมหน้าของ SEO

ตามที่เว็บ Comscore ได้กล่าวเอาไว้ว่า มากกว่า 50% ของการค้นหาทั้งหมดจะเป็นการค้นหาด้วยเสียงภายในปี 2020 ตอนนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเว็บไซต์ธุรกิจจะเปลี่ยนไปตามการอัพเดทของเครื่องมือค้นหา และ Google จะทำให้แน่ใจว่าผู้ใช้จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการค้นหาด้วยเสียง ซึ่งสิ่งนี้เองจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมใน Search Engine Optimization และจะออกแบบเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซตามการค้นหาด้วยเสียง

 

9. วิจัยออนไลน์และซื้อออฟไลน์ (ROPO)

82% ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือค้นหาร้านค้าในพื้นที่เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ตาม และ 18% ของร้านค้าเหล่านั้นได้รับอัตรา Conversion ภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้การวิจัยออนไลน์และซื้อออฟไลน์เป็นมาตรการใหม่ในการประเมินประสิทธิภาพของแคมเปญดิจิทัล ด้วยการผสมผสานอย่างบ้าคลั่งของอุปกรณ์มือถือ, โซเชียลมีเดีย, CRM, เกตเวย์การชำระเงิน และระบบ POS โดยสามารถวัดประสิทธิภาพของแคมเปญออนไลน์ได้ และปี 2562 นี้จะเป็นปีที่ ROPO จะละเอียดยิ่งขึ้น

 

10. วิธีการชำระเงินที่ดีขึ้น (Cryptocurrency)

การชำระเงินออนไลน์เคยเป็นกิจกรรมที่น่ากลัวเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ความกลัวนั้นค่อยๆ ลดลง เพราะผู้คนต่างใช้วิธีการต่างๆ เพื่อชำระเงินออนไลน์มากขึ้น เนื่องมีการทำให้การทำธุรกรรมเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว ที่สำคัญยังมีความปลอดภัยสูง ดังนั้นจึงค่อนข้างชัดเจนที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ ด้วยการเปิดตัว Cryptocurrency ซึ่งอีคอมเมิร์ซก็จะถูกผลักดันไปสู่ขั้นตอนที่ผู้ซื้อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์และชำระเงินผ่าน cryptocurrency อย่างง่ายดาย

 

11. อีคอมเมิร์ซกับรูปภาพที่ดีขึ้น

รูปภาพเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการให้ลูกค้ารู้ว่าผลิตภัณฑ์ของคุณมีแนวโน้มเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้ธุรกิจออนไลน์เลือกใช้ธีมอีคอมเมิร์ซที่มีรูปภาพและเนื้อหาวิดีโอที่ดีเพื่อให้ลูกค้าทราบว่าสัญญาของพวกเขาคืออะไร

 

12. วิดีโอใน Hero Carousel

วิดีโอเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการให้ผู้คนทราบว่าผลิตภัณฑ์ของคุณมีความสามารถขนาดไหน ยกตัวอย่างเช่นเว็บ Bellroy ที่มักจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านวิดีโอได้ดี อย่างไรก็ตาม การใส่วิดีโอลงใน Hero Carousel จะช่วยดึงดูดลูกค้ามากขึ้น โดยวิดีโอคุณภาพสูงใน Hero Carousel นั้นสามารถทำให้ผู้เยี่ยมชมหยุดเล่นเป็นเวลาหนึ่งวินาทีและดูผลิตภัณฑ์ และแน่นอนว่ามันสามารถเพิ่มจำนวนการเข้าชมหน้าผลิตภัณฑ์มากขึ้น

 

13. Amazon และ Amazon SEO

Amazon เป็นเครื่องมือค้นหาที่ใหญ่ที่สุดในแง่ของการค้นหาผลิตภัณฑ์ และจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2562 เช่นเดียวกัน Amazon เป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่อันดับสามของโลกรองจาก Walmart และ CVS อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในประเทศแคนาดาด้วย 15 รางวัลจาก 23 หมวดอีคอมเมิร์ซ และอย่างที่เราทราบกันแล้วว่าอเมซอนนั้นเป็นเสิร์ชเอ็นจิ้นที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ ดังนั้นจึงมีการพัฒนา Search Engine Optimization [SEO] สำหรับอเมซอนขึ้นมา โดยAmazon SEO เป็นกระบวนการยกระดับผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับคำหลักที่ต้องการ เช่นเดียวกับกระบวนการ SEO ปกติ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปอเมซอนได้มีการพัฒนาและได้สร้างโลกการตลาดดิจิตอลของแต่ละบุคคลซึ่งประกอบด้วย SEO, PPC, การพัฒนาเนื้อหาและการตลาด, เนื้อหาในระดับ A +, หน้าร้าน และการปรับปรุงตราสินค้า [EBH]

 

14. การค้นหารูปภาพ

ในปี 2562 จะมีวิธีการค้นหารูปภาพที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งการค้นหาด้วยภาพของ eBay จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกันโดยใช้ภาพถ่ายของตนเองหรือรูปภาพออนไลน์หรือบล็อก ส่วน Pinterest จะทำงานอย่างหนักเพื่อปรับแต่งการค้นหาภาพและปี 2562 จะเกี่ยวข้องกับการค้นหารูปภาพสำหรับอีคอมเมิร์ซมากขึ้น

 

15. การจัดส่งที่รวดเร็วและโลจิสติกส์ที่ดีขึ้น

การจัดส่งในวันเดียวกันนั้นเป็นที่คาดหวังอย่างสูง ซึ่งในปี 2562 นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเราจะเห็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพิ่มเติมที่ให้บริการในวันเดียวกัน และมีตัวเลือกการจัดส่งที่หลากหลาย ซึ่งแพลตฟอร์มจะให้ความยืดหยุ่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และโลจิสติกส์จะราบรื่นในปีต่อๆ ไป

 

16. แชตในอีคอมเมิร์ซ

Chatbot เป็นเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องจักรกลที่เกิดขึ้นพร้อมกับข้อเสนอแนะและมีการสนทนากับลูกค้า โดยมันสร้างสภาพแวดล้อมแบบโต้ตอบสำหรับลูกค้าที่ Chatbot ถามคำถามให้กับลูกค้าและส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งมันเป็นวิธีที่น่าสนใจในการส่งมอบผลลัพธ์ที่น่าสนใจแก่ลูกค้า และอีคอมเมิร์ซมีประโยชน์มากที่สุด ทั้งนี้ปัญญาประดิษฐ์จะกลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่า 36.8 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2568 และอีคอมเมิร์ซจะแบ่งรายได้เป็นส่วนใหญ่

 

17. สื่อสังคมออนไลน์

โซเชียลมีเดียนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับอีคอมเมิร์ซ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter และ Instagram ถือเป็นผู้นำในการผลักดันลูกค้าที่มีศักยภาพไปยังเว็บไซต์ และเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับการมีส่วนร่วมของลูกค้า ทั้งนี้ Facebook, Twitter, Instagram, Pinterest และ Snapchat จะกลายเป็นเครื่องมือสื่อสังคมออนไลน์ชั้นนำสำหรับ eCommerce ในปี 2562 ซึ่งเราจะเห็นโฆษณาส่วนตัวที่จะเพิ่มอัตราการแปลงที่เกี่ยวข้องมากขึ้น

 

18. ร้านค้าที่มีหน้าร้านยังไม่ตาย

แน่นอนว่าแม้จะมีร้านค้าออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย แต่ร้านค้าที่มีหน้าร้านยังมีข้อเสนอมากมาย ส่วนแพลตฟอร์มออนไลน์จำนวนมากก็มีการเปิดร้านค้าที่มีหน้าร้านด้วยเหตุผลหลายประการ เช่นการแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ การทดลองผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม ฯลฯ

 

19. B2B = B2C

56% ของผู้ซื้อในธุรกิจ B2B คาดว่าจะมีการซื้อมากกว่าครึ่งหนึ่งของการซื้อทั้งหมดจากแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยผู้ซื้อ B2B มากกว่า 70% เริ่มต้นด้วยการค้นหาทั่วไป ซึ่งในปี 2562 เราจะเห็นผู้ซื้อ B2B จำนวนมากและวิธีการไหลของมันก็จะเหมือนกับ B2C

 

20. ใช้เบราว์เซอร์น้อยลง

ในปีต่อๆ ไปเราจะเห็นความล้มเหลวอย่างรุนแรงในการใช้เบราว์เซอร์ เนื่องจากแอพฯ มือถือจะครอบคลุมการตลาด และยักษ์ใหญ่อย่างอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ทั้งหมดกำลังส่งเสริมการใช้แอพฯ มากขึ้น และในทางกลับกันการโฆษณามีความสำคัญและเป็นที่สนใจมากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อของแอพฯ โซเชียลมีเดีย ซึ่งเครื่องมือค้นหาจะไม่เป็นแหล่งสำคัญของการรับส่งข้อมูลไปยังแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

 

เหล่านี้เป็นเทรนด์อีคอมเมิร์ซที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามการคาดเดา เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่กำลังมีแนวโน้มหรือมีไอเดียที่จะเอาดีทางด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซก็คงจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวต่อไป อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ทาง seolnwza ก็มีบริการที่หลากหลาย พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้คุณสามารถสร้างเว็บไซต์ที่สามารถตอบสนองเทรนด์เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก am2bmarketing

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

Google เปิดตัวการอัพเดทอัลกอริทึมหลัก May Core 2020

โฮมเพจที่ดีต้องมีอะไรบ้าง

Created : 26-06-2020


บทความที่น่าสนใจ

มีปัญหา เมื่อค้นหาข้อมูลจะไม่แสดงเนื้อหาใหม่
ผู้ใช้ Android เข้า บัญชี Google ได้ ง่ายขึ้น เพียงแค่ สแกนลายนิ้วมือ