Youtube Premium ทำเจ้าของธุรกิจหวาดหวั่น

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ Youtube Premium ทำเจ้าของธุรกิจหวาดหวั่น

บทความ www.seolnwza.com



Youtube เป็นแพลทฟอร์มขนาดใหญ่ และได้รับความนิยมสูง โดยมีรายได้หลักมาจากการโฆษณานั่นเอง ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับนักการตลาด และเจ้าของธุรกิจแบรนด์ต่าง ๆ ได้พื้นที่โฆษณาที่ได้ผลตอบรับดีมากอีกด้วย

 

Youtube Music เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครับ และยังมาพร้อมกับแอพพลิเคชั่น Youtube Music สำหรับการฟังเพลง และ รับชมคลิปเกี่ยวกับเพลงโดยเฉพาะ พร้อมกันกับทาง Youtube ได้เปิดบริการ Youtube Premium ออกมาด้วย เรียกว่าทำเอาคนงงกันใหญ่เลยละครับ ว่าอะไรคืออะไร แต่วันนี้ทาง APPDISQUS จะมาอธิบายกันชัด ๆ ว่า แต่ละบริการมัน คือ อะไรกันแน่ครับ

ก่อนอื่นต้องรู้จักกับ Youtube Music ก่อนเลยครับ ตัวนี้คือหัวใจหลัก และ เป็นต้นคิดของโครงการทั้งหมด โดย Youtube Music จะเป็นบริการสตรีมมิ่งเพลงที่มาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นเพื่อการฟังเพลงและดูวีดีโอที่เกี่ยวกับเพลงโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นบริการที่ปกติเปิดให้ใช้กันได้ฟรี ๆ ครับ แต่จะมีโฆษณาคั่น

แต่สำหรับคนที่ไม่ต้องการให้มีโฆษณามารบกวนใจในการฟังเพลงก็สามารถจ่ายซื้อบริการ Youtube Music Premium เดือนละ 129 บาท ( สำหรับ iOS อยู่ที่ 169 บาท ) เพื่อการใช้งานแอพพลิเคชั่น Youtube Music ได้แบบไม่มีโฆษณาคั่น และ ยังสามารถฟังเพลงหรือฟังเสียงของตัววีดีโอที่อยู่ภายในแอพได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเราจะกดออกจากหน้าแอพไปแล้วก็ตาม แม้แต่ปิดหน้าจอโทรศัพท์ก็ยังสามารถฟังเสียงต่อได้ครับ รวมถึงการดาวน์โหลดเพลงเก็บไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้

ซึ่งภายในแอพ Youtube Music จะเป็นเหมือนแอพพลิเคชั่นสำหรับการฟังเพลงโดยเฉพาะเหมือนบริการสตรีมมิ่งเพลงทั่วไปเลยครับ มีการจัดเพลย์ลิส มีการจัดแนวเพลง มีเพลงทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงเพลง Exclusive ที่หาได้เฉพาะใน Youtube Music เท่านั้นด้วย แต่ที่หนือกว่าเจ้าอื่น ๆ คือความสามารถในการสลับไปมาระหว่างเสียงเพลงเพียงอย่างเดียว กับการรับชมมิวสิควีดีโอครับ มันสลับฟังและดูได้อย่างต่อเนื่องเพลงไม่สะดุด อยากจะฟังแค่เพลงหรือสลับมาดู MV ไปด้วย ก็กดได้ทันทีครับ มันจึงน่าสนใจมาก

แต่ข้อจำกัดของ Youtube Music Premium หรือการรับฟังรับชมคลิปแบบไม่มีโฆษณาคั่น มันก็คือการที่จะได้รับชมรับฟังสิ่งที่เกี่ยวกับเพลงผ่านแอพพลิเคชั่น Youtube Music เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ไม่สามารถนำความสามารถที่เราสมัครไปใช้กับคลิปทั่วไปใน Youtube ตัวหลักได้ครับ มันจึงเป็นที่มาของบริการที่แพงขึ้นไปอีกหน่อย นั้นคือ Youtube Premium

Youtube Premium จะให้สิทธิ์เราเหมือน Youtube Music Premium ทุกประการครับ ชมคลิปได้แบบไม่มีโฆษณา กดแล้วดูได้ทันทีเหมือนเปลี่ยนช่อง และ ยังสามารถเปิดฟังเสียงของตัววีดีโอได้ต่อเนื่อง แม้จะเราจะกดออกจากหน้าแอพ Youtube หรือปิดหน้าจอไปแล้วก็ตาม รวมถึงการดาวน์โหลดคลิปเก็บไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้ ( ในคลิปที่อนุญาตให้ดาวน์โหลด ) แต่ทำได้กับคลิปทุกประเภทที่อยู่ในแอพพลิเคชั่น Youtube ไม่ได้จำกัดแค่เพียงเรื่องของวงการเพลงอย่างในแอพ Youtube Music เพียงเท่านั้น

 

รวมถึงเราจะได้รับชมคลิปและภาพยนตร์ที่เป็น Original ของทาง Youtube เอง ที่หารับชมไม่ได้จากที่ไหนด้วยนะครับ เรียกว่าคล้าย ๆ บริการ Netflix หรือ iFlix แต่มีคลิปวีดีโออื่น ๆ จากบรรดา Youtuber มาให้ดูได้ด้วยนั้นเอง

โดยทั้งสองบริการนี้ มีโปรโมชั่นสำหรับผู้เริ่มต้น ให้ทดลองใช้งานกันได้ฟรี 1 เดือนเต็มๆ แต่ก็จะมีหลายคนที่กดเข้าไปลองสมัครแล้ว ได้ใช้งานฟรีมากกว่า 1 เดือน มันเพราะอะไร? เรามีคำตอบอยู่ในส่วนท้ายของข้อสงสัยอีกหลายประการ

 

แต่ในขณะเดียวกัน การจะรับชมหรือฟังเพลงแล้วหลาย ๆ ครั้งกลับรู้สึกไม่ชอบใจนักกับจำนวนโฆษณาที่เด้งคั่นขึ้นมา Youtube จึงตอบสนองความต้องการของผู้รับชมโดยการเปิดบริการ Youtube Premium ขึ้นมา เพื่อให้สามารถดูคลิปวิดีโอโดยไม่มีโฆษณาคั่นให้กวนใจ ด้วยค่าบริการ 159 บาทต่อเดือน และ ยังมีบริการ Youtube Music ขึ้นมาอีกด้วย เพื่อให้บริการฟังเพลงหรือ MV ได้แบบไม่มีโฆษณาเช่นกัน

แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ Youtube ได้สร้างความหวาดหวั่นให้แก่วงการโฆษณา ในเมืองไทยกันเลยทีเดียว เพราะคาดว่าน่าจะส่งผลกระทบต่อนักการตลาด และ เจ้าของธุรกิจแบรนด์ต่าง ๆ ที่สื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ยากมากขึ้น

สำหรับ Youtube Premium ที่ให้บริการดูคลิป และ ฟังเพลงโดยไม่มีโฆษณาคั่น ซึ่งอาจจะส่งผลให้แบรนด์หรือการโฆษณา ต้องรอดูต่อไปว่ากระแสตอบรับ จะเป็นต่อไปเช่นไร

แต่อย่างไรก็ตาม แบรนด์ หรือ ธุรกิจของเราก็ยังต้องไปต่อนะคะ อาจจะต้องมีการปรับแผนการทำงาน การโฆษณากันสักหน่อย เน้นการทำสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายในช่องทางอื่น ๆ เว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ทำคอนเทนต์ดี ๆ อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ทางธุรกิจไปเสียหมด  เพราะเป้าหมายสำคัญของสื่อ คือ จำนวนผู้ชมที่เข้ามาเห็นคอนเทนต์ที่พวกเขาผลิต  ยิ่งมีจำนวนผู้ชมมาก สินค้ายิ่งเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มาก แต่เมื่อสื่อต่าง ๆ ทยอยเริ่มปรับตัว เช่น Youtube ในวันนี้ การที่แบรนด์ของเราจะโฟกัสอาจไม่ใช่ จำนวนผู้ชม แต่อาจจะเป็นสิ่งอื่น เพราะฉะนั้นการที่ธุรกิจสามารถทำคอนเทนต์ ให้มีผู้เข้าชมได้เป็นจำนวนมาก อาจจะไม่ได้ตอบเป้าหมายทางธุรกิจเสมอไป ในเชิงธุรกิจ หรือ การใช้ เว็บไซต์ เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูล เพื่อให้เป็นที่รู้จัก เพื่อหวังผลในการสร้างภาพลักษณ์ ขององค์กรให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งเว็บไซต์นั้น เป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมากเช่นกัน

หากใครที่กำลังจะเริ่มธุรกิจของตัวเอง เริ่มจากการทำเว็บไซต์ให้แพร่หลาย เว็บไซต์ที่ดี คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ เพื่อให้แบรนด์ หรือ ธุรกิจของเราแข็งแรงได้ต่อไปในอนาคต

SEOlnwza มีบริการรับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO เพื่อส่งเสริมการตลาดของคุณนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก appdisqus

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์

รับทำเว็บไซต์ e-commerce

 

Created : 08-11-2019

บทความที่น่าสนใจ

Google กับสายเคเบิ้ลใต้น้ำ

ทำ Content บน Twitter อย่างไรให้ไม่นิ่ง


line line