เว็บไซต์ e-commerce ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง ?

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ เว็บไซต์ e-commerce ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง ?

บทความ www.seolnwza.com



ในปัจจุบันการทำเว็บไซต์ e-commerce ไม่ใช้เรื่องยาก แต่จะทำให้มันออกมาดีนั้นก็ไม่ใช้เรื่องง่าย และวันนี้เราจะมา อธิบายกันให้เข้าใจกันว่า การทำ เว็บไซต์ รูปแบบ e-commerce ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง ?

 

สำหรับ การทำเว็บไซต์ รูปแบบ e-commerce ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยาก เพราะ บน อินเทอร์เน็ต นั้นมันมีเครื่องมือมากมาย ที่จะพร้อมช่วยให้คุณสามารถ ดีไซน์ ออกแบบ และ สร้างสิ่งต่าง ๆ ได้ตามใจนึก ที่บอกเลยว่า สะดวก สบาย อย่างมาก แถมคุณจะได้ ทั้งเว็บไซต์สวยงามที่ตกแต่งได้อย่างละลานตา ไปจนถึงเว็บไซต์ง่าย ๆ ที่มีรูปไม่กี่รูป  แต่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าแต่ล่ะว่าเว็บไซต์ ที่เป็นรูปแบบ e-commerce ที่สร้างเป็นเว็บไซต์ที่ดี และเป็นเว็บไซต์ที่จะประสบความสำเร็จ ในอนาคต นั้นจะต้องมีอะไร จะต้องทำอย่างไร บ้างวันนี้เราจะมา แนะนำ กันว่าการทำ หำ ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง ? แต่ก่อนจะไปรู้ว่า การทำ เว็บไซต์ e-commerce ที่ดีต้องทำอย่างไร เราไปรู้จักกับวันก่อนดีกว่า ว่ามันคือ เว็บไซต์ แบบไหน ใช้ทำอะไร

 

E-Commerce คืออะไร

 

            สำหรับ เว็บไซต์ รูปแบบ ของ e-commerce นั้นจะเป็น การทำงาน ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ยกตัวอย่างเช่น การซื้อขาย สินค้า และบริการ รวมไปถึง การโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อย่าง โทรศัพท์ วิทยุ รวมไปถึงอินเทอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้นั้นช่วยภาระ ค่าใช้จ่าย และ แถมยังไป เพิ่มศักยภาพยกระดับองค์กร โดยการลด หรือ เพิ่ม บทบาททางธุรกิจ เช่น อาคารที่ตั้ง สถานที่โชว์สินค้า พนักงาน ต้อนรับหรือแนะนำสินค้า มีส่วนช่วยลดข้อจำกัด ด้านเวลา ระยะทาง และเพิ่มความสะดวก

 

เว็บไซต์ e-commerce ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง ?

 

            สำหรับ เว็บไซต์ รูปแบบของ e-commerce นั้น แน่นอนว่า การทำนั้นมันไม่ใช้เรื่องที่ยากเลยในปัจจุบัน เพราะ ในปัจจุบัน มีสิ่งอำนวนความสะดวก มากมายที่จะช่วยให้เราสามารถ สร้างเว็บไซต์ เองได้ง่าย ๆ แต่การที่เราจะทำออกมาให้ มันดีนั้นก็ไม่ใช้เรื่องที่ง่ายเหมือนกัน วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ การทำ เว็บไซต์ e-commerce ให้ออกมาดี ต้องมีอะไรบ้าง

 

 

มีรูปแบบการจ่ายเงิน หรือ การเลือกสินค้าที่ง่าย และ สะดวกสบาย

 

            แน่นอนว่า การทำ เว็บไซต์รูปแบบ e-commerce นั้น เป็นการที่ เน้นไปในทาง ขายสินค้า และ บริการ และแน่นอนว่า สิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคสินค้า ออนไลน์ ส่วนใหญ่ ต้องการ นั้นก็ คือความสะดวก ต่อการใช้งาน และง่ายต่อการ เข้าถึง และ โดยเฉพาะในส่วนที่มีความยุ่งยาก ที่สุดอย่างการสั่งซื้อสินค้า และ การจ่ายเงิน ที่จะเป็นส่วน ที่ต้องใช้ข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การดอนเงิน การกรอกข้อมูล และได้มี สถิติเกี่ยวกับ e-commerce ในปี 2020 ได้ระบุว่าผู้คนที่จับจ่ายซื้อของ ออนไลน์ นั้นจะ  เลือกที่จะใช้ Credit Card ในการจ่ายเงินกว่า 53% กันเลยทีเดียว และ ต่อไป ก็ตามมาด้วยการจ่ายด้วย Digital Paymentประมาณ 43% และ Debit Card ประมาณ 38% เราจึงจะสังเกตได้ว่าทั้งสามอันดับ นี้จะมีเปอร์เซ็นต์ที่ห่างกันไม่มากนัก และ ซึ่งช่วยแสดงให้เห็นถึงความหลากหลาย ในการจ่ายเงินของผู้บริโภค นั้นจึง มันทำให้ เว็บไซต์  e-commerce ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, JD รวมไปถึง เว็บไซต์ การขาสินค้า ต่าง ๆ ได้เพิ่ม ช่องทางการ จ่ายหรือการ ชำระเงิน ให้หลากหลาย ยิ่งขึ้น เพื่อที่จะรับลอง ลูกค้า ที่ต้องการ การชำระเงิน ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ ครอบคลุมและง่ายต่อการใช้งาน มากยิ่งขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ เลย เพราะ ถ้าเรา มองข้ามข้อนี้ไป เราอาจจะทำให้เสียลูกค้า ไปซื้อของจากเว็บไซต์ อื่นที่ มีการจ่ายเงินได้หลากหลายรูปแบบ เพราะ คนส่วนใหญ่ ที่เลือก ช้อปปิ้ง ออนไลน์ นั้นเขาต้องการความสะดวก สบาย และ รวดเร็ว นั่นเอง

 

 

มีการนำเสนอสินค้า ในรูปแบบ Personalize หรือมีระบบการค้นหาสินค้าได้ทันที

 

            อย่างที่เราบอกไปแล้วว่า ลุกค้าส่วนใหญ่ ที่เลือกซื้อของผ่าน ระบบออนไลน์ นั้นเพื่อที่จะต้องการความสะดวก สบาย ดังนั้น หากเว็บไซต์ของคุณมีสินค้ามากมาย การที่เรา นั้นจะ ใส่ระบบ ช่องการ ค้นหา ( Search )  และ Filter เพื่อช่วยในการเลือกซื้อสินค้า มันถือเป็น ปัจจัยที่ทำให้ลูกค้า ของคุณซื้อสินค้า ได้ง่ายขึ้น โดยระบบการค้นหาที่ดีนั้นควร ที่จะ มีการแยกสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ หรือ แยกประเภท สินค้า รวมไปถึงแยกชนิดของสินค้า และเวลาที่สินค้าวางขายเพื่อทำให้การ เลือกสินค้าของลูกค้านั้นสะดวก สบายมากยิ่งขึ้น และควรมี ช่องการค้นหา หรือ หน้าที่ บอกถึง สินค้าใหม่ และ สินค้ายอดนิยม เพื่อที่จะทำให้ สามารถดึงดูดกลุ่มลุกค้า ที่สนใจ ได้มากยิ่งขึ้น นั่นเอง

 

 

มีคู่มือ แนะนำสำหรับการเลือกซื้อสินค้า

 

            แน่นอนว่า กลุ่มลุกค้าที่เข้ามา ดูสินค้าและเลือกซื้อ สินค้าขอคุณ จะมีมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็น เด็ก และอาจจะไปถึง คนวัยชรา และแน่นอนว่า การเข้าถึงหรือการใช้งาน บางคนอาจจะ ยังไม่รู้หรือไม่เข้าใจ ดังนั้น การทำ คู่มือ แนะนำการใช้งานถือว่าจำเป็นอย่างมาก ในการทำ เว็บไซต์  e-commerce เพราะ การสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ e-commerce มักมีความแตกต่างกันไม่มากก็น้อย หรือ อาจจะแตกต่างกันไปเลยและ อีกทั้งยังมีผู้ใช้ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน ดังนั้น การใส่คำแนะนำสำหรับการสั่งซื้อ หรือ การใส่วิธีการสั่งซื้อ จึงสำคัญอย่างมาก สำหรับผู้ใช้รายใหม่เข้าไปในเว็บไซต์ จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เลยนั่นเอง

 

 

มีหน้า Review สินค้า เพื่อที่จะเป็นการ ยืนยันคุณภาพสินค้า

 

            สำหรับท่านใด ที่ซื้อของ แล้วต้องเลื่อนลงไปดูรีวิว เราเชื่อกันว่า เป็นกันทุกคนอย่างแน่นอน เพราะ เราจะได้เห็นรีวิว ว่าสินค้า ที่เราจะซื้อ นั้นมันดีหรือไม่ดี ก่อนการตัดสินใจในการซื้อ ดังนั้น การทำ เว็บไซต์  e-commerce ควรจะมี หน้าของการ Review สินค้า เพราะ เนื่องจากผู้ซื้อในโลกออนไลน์ บางส่วนมีการซื้อตามความน่าเชื่อถือ ของเว็บไซต์และ โดยส่วนมาก จะเลือก ซื้อสินค้า ตามรีวิว การสร้างหน้า Review มาโดยตรงก็จะทำให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมในเว็บไซต์มากขึ้น นั่นเอง

 

            เราคงจะเห็นแล้วว่า การทำ เว็บไซต์  e-commerce ให้ออกมาดี นั้นมันมีหลากหลาย องค์ประกอบ และใจความสำคัญที่สุดก็คือ การบริการ ที่ต้องมีระบบการทำงาน ที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย และทำให้ ลูกค้าสามารถ เข้าถึงสินค้าได้อย่างรวดเร็ว 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

แพลตฟอร์ม ฝากไฟล์ VDO วิดีโอคอนเทนต์ ที่ ปลอดภัยเชื่อถือได้

 คาดการณ์ Digital Marketing Trend 2022

Created : 22-11-2021

บทความที่น่าสนใจ

เตรียมภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์มูลค่าต่ำกว่า1,500บาท

มิติใหม่ แห่งการเพิ่มยอดขายออนไลน์ ด้วยการ Live


phone line