รวมทุกอย่างเป็นหนึ่ง กับ Google Analytics 4 ( GA4 )

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ รวมทุกอย่างเป็นหนึ่ง กับ Google Analytics 4 ( GA4 )

บทความ www.seolnwza.com



Google Analytics เป็น เครื่องมือ ที่ช่วยให้เราสามารถ วัดผลลัพธ์ ของการ ทำเว็บไซต์ ได้มากมาย แต่วันนี้จะมาพูดถึง Google Analytics 4 ( GA4 ) เป็น เวอร์ชั่นใหม่ รวมทุกอย่างเป็นหนึ่ง ที่มีการพัฒนา ออกมาให้เราใช้งานล่าสุดกันค่ะ

 

Google Analytics 4 ( GA4 ) คือ อะไร?

สำหรับใครที่มี เว็บไซต์ ( Website ) ก่อนหน้านี้อาจจะติด Google Analytics – Universal Analytics ที่เป็นเวอร์ชั่นเก่า กันมาอยู่แล้ว หากคนที่พึ่งทำ เว็บไซต์ ( Website ) มาใหม่ ๆ นี้ Google จะให้เราใช้เป็น Google Analytics 4 ( GA4 ) ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ แต่เราสามารถเลือก กลับไปใช้ Google Analytics – Universal Analytics เวอร์ชั่นเก่า ได้เช่นกัน

image_blog_615

เหตุผลที่ Google พัฒนา Google Analytics 4 ( GA4 ) ขึ้นมานั้นเนื่องจากกว่า ก่อนหน้านี้เราจะติด Google Analytics เพื่อวัดผล เว็บไซต์ ( Website ) และ สำหรับ Application แยกกัน รวมถึงการทำ Event / Conversion Tracking ต่าง ๆ ก็จะอยู่ในตัว Google Tag Manager ซึ่ง ฟังก์ชั่น ( Function ) การทำงานต่าง ๆ อยู่แยกกันทั้งหมด Google จึงพัฒนา Google Analytics 4 ( GA4 ) ขึ้นมา แล้วนำ ฟังก์ชั่น ( Function ) ที่ว่ามาทั้งหมด ใส่เอาไว้ใน Google Analytics 4 ( GA4 ) ที่เดียวนั่นเอง

image_blog_615

ซึ่ง Google Analytics 4 ( GA4 ) เวอร์ชั่นใหม่นี้ ได้มีการปรับเมนู รายงานต่าง ๆ เป็นรูปแบบใหม่ ทำให้มุมมอง ในการดูรายงานต่าง ๆ เปลี่ยนไปจากเดิม จนอาจทำให้หลาย ๆ คน รู้สึกว่ามันงง ใช้งานยากกว่าตัวเก่า แต่ถ้าหากคุณลองเปิดใจ และ ใช้งานมันจริง ๆ คุณจะต้องติดใจ Google Analytics 4 ( GA4 ) อย่างแน่นอน

 

มีอะไรใหม่ใน Google Analytics 4 ( GA4 ) บ้าง

1. สามาถเตือนทีม การตลาด ( Marketing ) เกี่ยวกับเหตุการณ์ใหม่ ๆ เช่น การเพิ่มขึ้น ของยอดขาย บางรายการ

 

2. นักการตลาด ( Marketing Officer ) สามารถเข้าถึงข้อมูล ว่าช่องทางการตลาดไหน ที่ส่งคน ( User ) เข้า เว็บไซต์ ( Website ) เราเยอะ รวมถึงลูกค้ากลุ่มไหน ที่ดูเหมือนใช้จ่ายเงิน มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ โดยสามารถ เข้าถึงข้อมูลรูปแบบนี้ ในแดชบอร์ด User Acquisition แบบใหม่

 

3. มี ROI ( Return on Investment ) ที่ดีขึ้น เห็นข้อมูลที่ลึกมากขึ้น อย่างการคำนวณ Churn Probability ช่วยให้ นักการตลาด ( Marketing Officer ) สามารถลงเงิน ค่าโฆษณา กับลูกค้า ได้ถูกกลุ่ม มากขึ้น ในงบประมาณ ที่จำกัด รวมถึงมีการเพิ่ม Predictive Metrics ที่ใช้ดู Potential Revenue ( รายได้ ที่ระบบคาดว่าจะได้ ) จากลูกค้าบางกลุ่ม ให้เรานำไปแก้ไข เพิ่มประสิทธิภาพต่อ

 

4. เพิ่มความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัว ของ ผู้ใช้ ( User ) โดยมีเครื่องมือ Data Deletion Tool สำหรับลบข้อมูลใน Google Analytics เมื่อมีผู้ใช้งาน ( User ) ร้องขอมาที่บริษัท เพื่อหยุดเก็บข้อมูล ของลูกค้า

 

5. วางรากฐาน สำหรับในอนาคต ที่ระบบระบุตัวตน จะมีทั้ง ผู้ใช้ ( User ) ที่สามารถดรอป Cookies ไว้ หรือ ไม่มี Cookies เพื่อรองรับ ความเป็นส่วนตัว ในอนาคตมากขึ้น

 

6. อัพเดทล่าสุด พยายามแก้ไขข้อมูล Data ที่มันกระจายตัวของ ผู้ใช้ ( User ) ที่ใช้งานผ่านหลาย ๆ แพลตฟอร์ม ( Platform ) ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น เช่น คนดูโฆษณาบน เว็บไซต์ ( Website ) ใน คอม หรือ แลปท็อป และ ไปซื้อผ่านแอพ ในโทรศัพท์ โดยปกติมันไม่ง่าย ที่จะติดตาม เหตุการณ์ทั้งหมด ให้สอดคล้องกัน ( ปกติระบบ จะมองแยก เมื่อเข้าผ่าน 2 Device จะนับเป็น 2 User )

 

7. Google Analytics กับ Google Ads ลิ้งค์ Account แบบใหม่ ทำให้เห็น ข้อมูล ที่ลึกยิ่งขึ้น ง่ายต่อการเพิ่ม ROI ( Return on Investment ) ของธุรกิจ เช่น ให้คุณสามารถสร้าง Audience ที่สามารถ เข้าถึงลูกค้า ที่มีความเกี่ยวข้องมากขึ้น หรือ สร้าง Audience จากผลลัพธ์เชิงลึกของ User ต่าง ๆ ไม่ว่าจากจุดไหน ที่ผู้ใช้เลือก Engage กับธุรกิจ สามารถวัดผลลัพธ์ ข้ามไปมาได้จากทั้งแอพ และ เว็บไซต์ ( Website )  เช่น คนดู Youtube จากในแอพ หรือ จากใน เว็บไซต์ ( Website ) สามารถดูข้อมูลได้ลึกขึ้นนั่นเอง

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การปรับตัว ที่ส่งผลต่อ เทรนด์โลก ในอนาคต

เทคนิค การส่งเสริมการขาย ในยุคปัจจุบัน

Created : 05-11-2021

บทความที่น่าสนใจ

การทำ เว็บไซต์ ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

จัดการเพจให้โปรด้วย Facebook Business Suite


phone line