จุดเด่นของการทำ โฆษณาแบบสตอรี่ ( Stories Ads )

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ จุดเด่นของการทำ โฆษณาแบบสตอรี่ ( Stories Ads )

บทความ www.seolnwza.com



คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การอัพสตอรี่ ( Stories ) บน Facebook หรือ Instagram กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของหลายคนไปแล้ว การทำ โฆษณาแบบสตอรี่ ( Stories Ads ) จึงถือได้ว่าเป็นเทรนด์โฆษณารูปแบบใหม่ที่นักการตลาดควรมีการเรียนรู้เพิ่มเติม

 

สตอรี่ และ โฆษณาสตอรี่ คืออะไร?

 

สตอรี่ (Stories) รูปแบบชิ้นงานที่เป็นภาพหรือวิดีโอที่สามารถดูได้ภายใน 24 ชั่วโมง จึงเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายทอดชีวิตประจำวันในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในระยะเวลาสั้น ๆ และกระชับ โดยเมื่อลงสตอรี่ครบ 24 ชั่วโมง สตอรี่ที่เป็นรูปภาพหรือวิดีโอก็จะหายไป (หากไม่บันทึก) ในปัจจุบัน สตอรี่ (Stories) เป็นแพลทฟอร์มที่มีให้ใช้งานทั้งใน Facebook , Line , Instagram และ Whatapps เป็นต้น แต่ที่เป็นที่นิยมอย่างมากก็คือ Instagram และ Facebook นั่นเอง

 

Facebook และ Instagram จึงมีโฆษณาแบบสตอรี่ ( Stories Ads ) ที่เป็นทางเลือกอีกหนึ่งรูปแบบสำหรับการโฆษณาธุรกิจที่นักการตลาดยุคใหม่เลือกใช้ ซึ่งโฆษณาแบบสตอรี่ จะมีความแตกต่างจากสตอรี่ทั่วไป คือ สตอรี่จะไม่หายไป หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง โดยสามารถใช้ตัวจัดการโฆษณา,  API หรือโพสต์โปรโมทบน Instagram /โพสต์โปรโมทบน Facebook หรือแอพ Business Suite บนมือถือได้ เพื่อสร้างโฆษณาในสตอรี่ ในตัวจัดการโฆษณา ให้เลือก "ตำแหน่งการจัดวางอัตโนมัติ" หรือเลือกตำแหน่งการจัดวางสตอรี่เองโดยใช้ "แก้ไขตำแหน่งการจัดวาง"

 

จุดเด่นของสตอรี่ ( Stories )

 

เห็นก่อนตั้งแต่เริ่มใช้งาน

 

ตำแหน่งของสตอรี่ (Stories) บน Instagram และ Facebook เมื่อผู้ใช้งานเปิดเข้ามาใช้แอปพลิเคชันก็สามารถเห็นส่วนของสตอรี่อยู่ส่วนบนของ New Feed หรือ Timeline ทำให้เกิดความสะดุดตากับผู้ใช้งานได้ตั้งแต่เปิด

ใช้งาน

 

ระยะเวลาที่จำกัด

 

เงื่อนไขของผู้ใช้งานที่จะเสพคอนเทนต์ต่าง ๆ บนสตอรี่ (Stories) มีเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น จึงเป็นสิ่งดึงดูดอย่างหนึ่งให้ผู้ใช้งานต้องดูในทันที เพราะไม่สามารถดูนอกเหนือจากนั้นได้แล้วภายใน 24 ชั่วโมง จึงทำให้เกิดพฤติกรรมเช็คสตอรี่รายวันแก่ผู้ใช้งานได้

 

รูปแบบแนวตั้ง

 

สตอรี่ (Stories) มีรูปแบบการเสนอภาพหรือวิดีโอในอัตราส่วน 9:16 เป็นแนวตั้งแบบเต็มหน้าจอ จึงสามารถดูได้ง่าย กระชับ และดูสวยงามบนสมาร์ทโฟน ซึ่งจากสถิติของ Hootsuite ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย จะใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือมากกว่า 90% เลยทีเดียว

 

ความกระชับของสตอรี่

 

สตอรี่ มีระยะเวลาของชิ้นงานได้สูงสุด 15 วินาทีต่อสตอรี่ ผู้ใช้งาน จึงสามารถเลื่อนดูสตอรี่ของผู้ติดตามแต่ละรายได้อย่างรวดเร็วและกระชับ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถดูสตอรี่ได้เรื่อย ๆ และไม่รู้สึกเบื่อ

 

องค์ประกอบเหล่านี้ จึงทำให้ผู้ใช้งาน Facebook และ Instagram ส่วนใหญ่ เข้าไปดูสตอรี่ต่าง ๆ ทันทีเมื่อเข้าใช้งานบนแอปพลิเคชัน ก่อนการเลื่อนดูคอนเทนต์บน Feed ดังนั้น การทำโฆษณาแบบสตอรี่ ( Stories Ads ) ที่สามารถแฝงอยู่กับสตอรี่ทั่วไป จะทำให้กลุ่มเป้าหมายของโฆษณาสามารถเห็นโฆษณาแบบสตอรี่ได้อย่างง่าย กระชับ และมีความแนบเนียน

 

นอกจากนี้ การทำโฆษณาแบบสตอรี่ ( Stories Ads ) ทั้งโฆษณาแบบ Facebook Stories ยังสามารถลงได้พร้อมกับ Instagram Stories ได้อีกด้วย เนื่องจาก มีรูปแบบโฆษณาที่เหมือนกัน คือ สามารถลงได้ทั้งภาพและวิดีโอที่มีรูปแบบแนวตั้ง ในอัตราส่วน 9:16 ในระยะเวลาสูงสุด 15 วินาทีต่อสตอรี่เหมือนกัน นั่นเอง จึงทำให้ประหยัดเวลาในการลงโฆษณา และค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาใหม่ หากลงแตกต่างแอปพลิเคชันได้

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กลยุทธ์ การทำ CRO ของ การตลาดดิจิทัล

เทคนิค การทำ CI ( Corporate Identity ) ของ แบรนด์ ให้น่าจดจำ

Created : 12-07-2021

บทความที่น่าสนใจ

เว็บไซต์เก็บ Cookies ไปทำอะไร? จำเป็นต้องกดรับหรือไม่?

เทศกาลกับโปรโมชั่น


phone line