Google PageSpeed Insights หนึ่งตัวช่วยของ เว็บไซต์

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ Google PageSpeed Insights หนึ่งตัวช่วยของ เว็บไซต์

บทความ www.seolnwza.com



Google PageSpeed Insights หนึ่งตัวช่วยของ เว็บไซต์

ปัจจุบัน คงปฎิเสธไม่ได้ว่า เว็บไซต์มีผลต่อการเข้าของคนในปัจจุบันมาก ไม่ว่าจะเป็นที่เกี่ยวกับความบันเทิง ช็อปปิ้ง ข่าวสาร เป็นต้น แต่ถ้าคนที่เข้า เว็บไซต์ พวกนี้ โหลดช้า ก็ไม่ใช่เรื่องดี Google PageSpeed Insights จึงเข้ามาเป็นตัวช่วย

ปัญญาที่มักเกิดขึ้นกับ คนที่เข้า เว็บไซต์ แค่ครั้งเดียว ก็คงหนีไม่พ้น การที่เข้า เว็บไซต์ นั้นแล้วแต่ โหลดช้า เว็บอืด ทำให้ผู้ชมต่าง ๆ ก็เบื่อที่ต้องมารอหลายวินาที แต่วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จัก Google PageSpeed Insights ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ ของคุณมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ไม่ต้องโหลดช้าอีกต่อไป

ปกติผู้เข้าชม เว็บ ทั้งหลาย หรือพูดง่าย ๆ ผู้คนในปัจจุบัน มักจะไม่อยากรออะไรนาน ๆ ซึ่งการที่ เว็บ โหลดนานเพียง 2 -3 วินาที อาจจะดูไม่ใช่เป็นเวลาที่นาน แต่สำหรับการเข้า เว็บ แค่นั้นก็ถือว่า เป็นการทำให้ผู้เข้า เว็บ รอนานเกินไปแล้ว ผู้ที่ดูแลเว็บ จึงไม่ควรให้โหลดนานเกินไป

เราขอแนะนำอีกหนึ่ง เครื่องมือ ของ Google ( กูเกิล ) ที่จะช่วยชี้จุดบอด ที่ทำให้ เว็บไซต์ ของคุณ โหลดช้า เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

 Google PageSpeed Insights คือ

อีกหนึ่ง เครื่องมือ Google ( กูเกิล ) ที่ช่วยให้ เว็บไซต์ ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเป็น เว็บไซต์ ที่เปิดให้ใช้งานได้ฟรี เป็น เครื่องมือ ที่ช่วยให้ เว็บไซต์ ทำงานได้เร็วขึ้น และเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานบนมือถือด้วย หลักการในการทำงาน คือ ระบบจะประเมินผลหน้า เว็บไซต์ ออกมาเป็นข้อ ๆ ซึ่งให้เราทำการแก้ไข ทำตามข้อเสนอแนะในแต่ละข้อ เพื่อให้ เว็บไซต์ ของคุณเร็ว และมีประสิทธิภาพขึ้น ซึ่งข้อมูลที่ได้นั้น จะบอกว่าควรจะปรับปรุงเว็บไซต์ไปในทิศทางใด โดยคะแนนวัดประสิทธิภาพของ เว็บไซต์ จะเริ่มต้นตั้งแต่ 0 - 100 คะแนน ไล่เรียงลำดับคะแนนจากแย่ จนถึงประมีสิทธิภาพสูง

 

ทำไมต้องใช้ PageSpeed Insights

ผู้ชมจำนวนมากมักจะปิดออกจาก เว็บไซต์ ไปถ้าหากต้องรอนาน ๆ หรืออาจจะไปหาเว็บไซต์คู่แข่งของคุณแทน ถ้าหากคุณเบื่อกับอัตรา bounce rates ที่สูงลิ่วแล้ว ก็ถึงเวลาแล้วที่จะลองใช้ Google’s PageSpeed Insights tool หลังจากทดลองวัดผลประสิทธิภาพเว็บไซต์แล้ว คุณก็สามารถทำการแก้ไขเว็บไซต์เพื่อเพิ่มคะแนนประสิทธิภาพของคุณ ด้วยเครื่องมือนี้แหล่ะครับจะช่วยให้ทุกอย่างที่คุณคาดหวังไว้เป็นไปได้

 

ทำอย่างไร จะเพิ่มคะแนนของเว็บไซต์

1. จัดลำดับความสำคัญเนื้อหาบนหน้าเพจ

Google PageSpeed Insight เป็นการจำลองการทำงาน เหมือนที่เราใช้งานจริง ๆ ดังนั้นหาก หน้าเว็บ ไม่ได้จัดลับดับการวางโครงสร้าง code ที่ดี ( เช่น นำ <script> ไปไว้ด้านล่างสุดก่อนปิด </body> เพื่อให้โหลดเนื้อหาของเว็บให้เสร็จเป็นอย่างแรก) อาจทำให้หน้าเว็บโหลดช้าได้ ดังนั้นเราจึงสามารถปรับปรุงความเร็วของหน้าเว็บไซต์โดยการเรียงลำดับให้ถูกต้อง

 

2. หลีกเลี่ยง การเปลี่ยนเส้นทางหน้า Landing Page

การทำให้ เว็บไซต์ ของคุณเป็น Responsive Web Design เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะจะทำให้ เว็บไซต์ นั้นจะมีการปรับให้เข้ากับอุปกรณ์ที่ถูกใช้งาน และไม่มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทาง การทำให้ เว็บไซต์ เป็น Responsive Web Design สามารถป้องกันการเปลี่ยนเส้นทางหน้า Landing Page ได้

 

3. เลือกใช้การ บีบอัดไฟล์

เว็บไซต์ ที่ใช้แสดงนั้นควรมีการบีบอัดข้อมูลด้วย เพื่อให้ เว็บไซต์ มีการโหลดเนื้อหาที่เร็วขึ้น ช่วยย่นระยะเวลาในการโหลดเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงควรเลือกเปิด gzip เพื่อช่วยในการบีบอัดไฟล์ จะทำให้เซิร์ฟเวอร์ส่งข้อมูลตอบกลับมายังผู้ใช้งานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น

 

4. เพิ่มประสิทธิภาพของ เซิร์ฟเวอร์

อีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ เว็บ ช้าอาจจะมีปัญหาที่เซิร์ฟเวอร์ช้า ส่วนใหญ่แล้วเกิดจาก Hosting ดังนั้นเราควรเลือกบริการ เว็บโฮสติ้ง ที่ได้คุณภาพ เพื่อให้เว็บไซต์มีประสิทธิภาพดีที่สุด

 

5. บีบขนาดภาพ ให้เล็กที่สุด

ตามที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 3 การบีบอัดไฟล์จะทำให้โหลดเร็วขึ้น ซึ่งรูป และไอคอนต่าง ๆ ในเว็บไซต์อาจเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้ เว็บไซต์ โหลดช้าได้ แต่ก็สามารถแก้ไขด้วยการย่อไฟล์รูปภาพให้พอดีกับ เว็บไซต์ ก่อนแล้วจึงอัพโหลด

 

6. ใช้ Cache ให้เป็นประโยชน์

Cache จะช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้เร็วขึ้น เนื่องจากเป็นการดึงข้อมูลจากแคชในเบราว์เซอร์ แทนการดึงจากข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ทุกครั้งที่มีการเรียกดู

 

7. ลดขนาดของ CSS, JavaScript และ HTML

โค้ด CSS, JavaScript และ HTML ที่มีความซ้ำซ้อนไม่กระชับ ก็ส่งผลต่อความเร็วของหน้า เว็บไซต์ คุณด้วยเช่นกัน

 

8. แก้ปัญหาการรัน JS, CSS ที่บล็อคการแสดงผลของเนื้อหาอื่น ๆ

การที่ JavaScript และ CSS ที่ปิดกั้นการแสดงเนื้อหาอยู่ เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วที่สุด ดังนั้นจึงเราจึงควรตระหนักว่า synchronous นั้นจะหยุดกระบวนการแสดงผลหน้าจอชั่วคราว ในขณะที่ asynchronous จะสามารถให้เบราว์เซอร์โหลดองค์ประกอบต่าง ๆ ไปพร้อมกัน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เทคนิค การทำ CI ( Corporate Identity ) ของ แบรนด์ ให้น่าจดจำ

วิธีลงสินค้า ให้ Google Shopping Ads ผ่าน

 

 

 

Created : 02-07-2021

บทความที่น่าสนใจ

เพิ่มยอด ซื้อขายออนไลน์ ด้วย LINE Official Account

เตรียมภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์มูลค่าต่ำกว่า1,500บาท


line line