ยิง Ads อย่างไร ให้คนจดจำ

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ ยิง Ads อย่างไร ให้คนจดจำ

บทความ www.seolnwza.com



อะไรคือสิ่งที่ทำให้โฆษณา หรือ Ads ของคุณมีคุณภาพกันล่ะ ? หรือจะมีทางไหน ที่ทำให้คุณประหยัด ค่าโฆษณาได้มากขึ้นล่ะ ? อะไรจะทำให้คุณยิงโฆษณา แล้วมีคนจดจำคุณ วันนี้เรามีคำตอบค่ะ

 

 

 

บทความนี้ ทางเราจะนำ 7 เทคนิคในการ สร้างประสิทธิภาพ  Ads Facebook ของคุณให้ก้าวไปอีกระดับ เทียบเท่ากับบริษัทโฆษณาชั้นนำ ในประเทศไทย และการสร้างยอดขาย ที่เติบโตมากขึ้น

 

1 สร้าง Sales Funnel

ความแตกต่างระหว่าง Google Adword กับ Facebook Ads คือ ชนิดของทราฟฟิก ( Traffic ) ที่เราจะได้รับ โดยผู้คนที่กดคลิก Google Adwords นั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิด Conversion หรือการซื้อสินค้า ในขณะที่ Facebook Ads นั้นยังอยู่ในหมวด ที่เราชื่นชอบ และอาจจะยัง ไม่ได้ตัดสินใจ ซื้อสินค้าโดยทันที และจะเป็นปัญหา ในการทำโฆษณา Facebook Ads ถ้าหากคุณมี งบประมาณน้อย รวมถึงการคาดหวัง Interaction ที่จะก่อให้เกิดยอดขาย หรือ Conversion

 

ดังนั้น แทนที่เราจะสร้าง แคมเปญ โฆษณาบน Facebook Ads ที่โฟกัสที่การคาดหวัง ยอดขายเลย เราควรจะใช้เวลา ในการสร้าง User Experience อื่น ๆ ก่อนจะเป็นการดีกว่า โดยการสร้าง แคมเปญโฆษณา ( Advertising campaign ) หลาย ๆ Objective ซึ่งคุณสามารถสร้างเป็น Ads Funnels ต่าง ๆ ได้

 

การสร้าง Engagement Funnel

โดย Engagement Funnel นั้นจะใช้ได้ดีก็ต่อเมื่อคุณได้มี Engagement จากโพสเดิม ๆ ของคุณก่อนอยู่แล้ว และถ้าคุณมีคอนเท้นต์ ( Content ) ที่เป็นวีดีโออยู่แล้วละก็ คุณมีไพ่ที่เหนือกว่าคนอื่นแล้วล่ะ

 

1.1 สร้าง Campaign : Post Engagement ที่เลือกกลุ่มเป้าหมาย เป็นแบบเจาะจง จุดประสงค์ของการ สร้างแคมเปญนี้ คือการสร้างความสัมพันธ์เบื้องต้น ระหว่างคุณกับลูกค้าของคุณ และเริ่มยิงโฆษณาได้เลย

 

1.2 สร้าง Campaign : Traffic หรือ Conversion โดยกลุ่มเป้าหมายแบบ Custom Audience โดยเลือกจากคนที่มี Interaction กับเนื้อหาของเพจเรา หรือถ้าหากคุณมีวีดีโอ ในแคมเปญก่อนหน้านี้ละก็ เลือกกลุ่มเป้าหมายเป็น People who have watched at 25 % of your video ได้เลย

 

ซึ่ง Traffic ที่เกิดขึ้นนั้นมีโอกาส มากกว่าการทำ แคมเปญโฆษณา ( Advertising campaign ) แบบทั่ว ๆ ไปในการ Convert Sales

 

 

2 ประเมิน Ad Frequency เพื่อประเมินการมองเห็น

Ad frequency คือตัวเลขที่แสดงถึง จำนวนการแสดงผล โฆษณาของคุณต่อ User 1 คน กลุ่มเป้าหมายของคุณ มีโอกาสที่จะเห็นโฆษณาของคุณ มากกว่า 1 ครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ากลุ่มเป้ามหายเหล่านั้น เห็นโฆษณาของคุณ บ่อยเกินไป พวกเขาก็จะเลิกสนใจโฆษณาของคุณ ทำให้ต้นทุนโฆษณา ของคุณสูงขึ้น และเป็นการลด ประสิทธิภาพ การทำโฆษณา Facebook Ads อีกด้วย

 

 

3 แบ่งงบประมาณโฆษณาตาม Ad Performance

เมื่อคุณได้เริ่มต้น ทำแคมเปญโฆษณา ( Advertising campaign ) แรกไปแล้ว คุณสามารถทดสอบ performance ได้โดยแยก Ad set ออกเป็นกลุ่มเป้าหมาย แต่ละกลุ่ม ( เหมือน A / B Testing ) เพื่อประเมิน Ad set ที่มี Performace ดีที่สุดก่อน เมื่อเราพบผู้ชนะของเราแล้ว ให้เราปิด Ad set อื่น ๆ ได้เลย

 

 

 

4 สร้างกลุ่มเป้าหมาย ที่แคบลง และเจาะจงมากขึ้น

การหากลุ่มเป้าหมายที่ใช่นั้น เป็นสิ่งที่เวิร์คที่สุด ในการทำแคมเปญโฆษณา ( Advertising campaign ) ซึ่งถ้าหากคุณไม่มั่นใจ ในการตั้งกลุ่มเป้าหมายละก็ แนะนำให้ลองใช้ฟังก์ชั่น Facebook Audience Insight เพื่อศึกษากลุ่ม Potential Targeting โดยคุณสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมาย ไปถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้ใช้ Facebook ได้เลย

 

 

 

5 เลือก Ad Placement ที่เหมาะสม กับการแสดงผล

แน่นอนว่าเมื่อเราสร้าง แคมเปญโฆษณา ( Advertising campaign ) ขึ้นมาสัก 1 ตัว เราสามารถเลือก Placement ได้หลากหลายเครื่องมือ ( Device ) หรือ Platform ต่าง ๆ ซึ่งโดยปกติแล้ว Facebook จะเลือกให้เราเป็น Automatic Placement มาให้แล้ว

 

 

 

6 เลือก Bidding Option ที่เหมาะกับ Objective โฆษณาของคุณ

กรณีทั่วไป Facebook Ads จะรันโฆษณาแบบ Auction ทั่วไป โดยระบบ Facebook Ads นั้นจะทำการเลือก bid และ performance ได้เอง อย่างไรก็ตาม Facebook Bidding Option เริ่มมีความซับซ้อนขึ้นมาก ในช่วงปีที่ผ่านมา อันดับแรก คุณต้องระบุให้ชัดเจน ว่าคุณใช้ Citeria ตัวไหนในการ วัดผลโฆษณาของคุณ ซึ่งแต่ละแคมเปญโฆษณา ( Advertising campaign ) นั้น ก็จะมีวัตถุประสงค์ต่างกัน

 

 

นอกจากนี้คุณยังสามารถตั้งค่า Bidding ได้ด้วยเช่นกัน โดย Facebook ได้ปรับให้มีการตั้งค่า Bidding 2 แบบ คือ

 

Lowest Cost : ซึ่งโดยปกติ หากเราตั้งเป็น Range Bidding ระบบโฆษณา Facebook จะตั้งเป็น Maximum Bidding ซึ่งอาจทำให้เราต้องจ่ายแพงขึ้น ในการทำแคมเปญโฆษณา ( Advertising campaign ) ซึ่งถ้าคุณมีประสบการณ์มากพอ ที่จะประมาณค่า CPC CPE CPM ต่าง ๆ ได้ คุณจะสามารถ ลดต้นทุนโฆษณา Facebook ได้พอสมควรเลย

 

Targeting Cost : ซึ่งจะเป็นการตั้งแบบ Manual Bidding ที่ CPC CPE CPM จะไม่ถูก และไม่แพง เกินกว่าราคา Bid ที่เราตั้งไว้มากมาย กรณีนี้ถูกใช้เพื่อจำกัด Performance อันใดอันหนึ่งบน Facebook Ads

 

 

7 ใช้คอนเท้นต์เดิม ๆ ในการสร้าง แคมเปญโฆษณา ( Advertising campaign ) ได้

Facebook เป็น Social Media ที่มีผู้เล่นจำนวนมาก อ้างอิงถึงคอนเท้นต์ ( Content ) ต่าง ๆ ถ้าหากเรามีคอนเท้นต์ ที่ได้รับความนิยม กดไลค์ ( Like ) กดแชร์ ( Share ) คอมเม้นท์ ( Comment ) จำนวนมาก นั่นเป็นเรื่องที่ดี แต่โชคไม่เคยเข้าข้างเราซักเท่าไหร่ หลายครั้งที่เราสร้าง แคมเปญโฆษณา ( Advertising campaign ) นั้น เราไม่สามารถมองเห็น Interaction ที่เกิดขึ้นบนโฆษณา ของเราได้เลย สิ่งที่จะเหลือเอาไว้ดูต่างหน้า ก็คือโพสต์ที่อยู่ในเพจ ดังนั้น การโปรโมทโพสต์ บนเพจของคุณ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ละเลยไม่ได้เลย

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

a2cmedia.com

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO

กลยุทธ์ทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ

Created : 06-05-2021

บทความที่น่าสนใจ

คีย์เวิร์ด ( Keyword ) สำคัญมากใน SEO

เว็บไซต์ Ranking พังทำยังไงดี


line line