การนำหลัก SEO มาพัฒนาเว็บไซต์ท้องถิ่น

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ การนำหลัก SEO มาพัฒนาเว็บไซต์ท้องถิ่น

บทความ www.seolnwza.com



สิ่งที่เราทุกคนได้เรียนรู้กันในหลายปีที่ผ่านมาคือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครได้ตั้งตัว สื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มมีบทบาทกับคนท้องถิ่นมากขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องนำหลัก SEO มาพัฒนาเว็บไซต์ท้องถิ่น

 

     สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ได้เปิดเผยผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตประเทศไทยในปี 2561 พบว่า พฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยจะใช้งาน 10 ชั่วโมง 5 นาทีต่อวัน โดยช่วงอายุระหว่าง 18-37 ปี หรือ Gen Y เป็นกลุ่มที่มีการใช้งานสูงสุด ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนผ่านชีวิตไปสู่ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น และจากการจัดอันดับการใช้งานเว็บไซต์โดย และพบว่า Google เป็น search engine อันดับหนึ่งที่คนไทยใช้บริการและส่วนใหญ่เป็นการใช้งานบนสมาร์ทโฟนมากกว่าใช้บนคอมพิวเตอร์

     ด้วยเหตุผลดังกล่าว งานข้อมูลท้องถิ่นและจดหมายเหตุ จึงได้ดำเนินการจัดทำและพัฒนาสารสนเทศท้องถิ่น เพื่อให้บริการบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้มากขึ้น ซึ่งอยู่ในรูปของเว็บไซต์และฐานข้อมูลต่าง ๆ ปัจจุบันมีให้บริการมากกว่า 10 เว็บไซต์ ทั้งนี้ในการพัฒนาเว็บไซต์และฐานข้อมูลในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ก็จะเลือกนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับช่วงเวลานั้น ๆ มาใช้ในการพัฒนา

     ปัจจุบันงานข้อมูลท้องถิ่น ได้ดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์และฐานข้อมูลโดยเลือกใช้ระบบโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อจัดการเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ต (Content Management : CMS) คือ WordPress มาใช้งาน ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่าย มีคู่มือหรือเทคนิควิธีการใช้งานเผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ สามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง

     จากข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของคนในปัจจุบัน การพัฒนาสารสนเทศท้องถิ่นเพื่อให้บริการบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนั้น จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการทำให้ ซึ่งเป็น Search engine ที่คนไทยคุ้นเคยค้นเจอเว็บไซต์หรือฐานข้อมูลที่ให้บริการด้วย ในการพัฒนาสารสนเทศจึงได้นำหลัก SEO หรือ Search Engine Optimization มาใช้เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ และมีผู้ใช้งานมากขึ้น

     SEO เป็นการทำให้อันดับของเว็บไซต์ที่แสดงบน search engine ดีขึ้น โดยเวลาใช้งาน search engine ผู้ค้นหาจะต้องใส่คำสำคัญ (Keyword) ที่ต้องการลงไป และ search engine จะทำการค้นหาเว็บไซต์ที่ตรงกับคำสำคัญมากที่สุดมาจัดเรียงอันดับ ยิ่งอันดับเว็บไซต์สูงหรือปรากฏในหน้าแรกของผลของการค้นหา เว็บไซต์นั้นก็จะมีโอกาสที่จะถูกคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์มากขึ้นด้วย เมื่อมีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น ก็จะสามารถช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจหรือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลได้มากขึ้นตามไปด้วย

     ในการพัฒนาเว็บไซต์หรือฐานข้อมูลท้องถิ่น จึงได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับหลัก SEO ดังนี้

1. โครงสร้างเว็บไซต์ที่พัฒนาหรือปรับปรุงมีการนำระบบการจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (CMS) มาใช้ เพื่อให้เว็บไซต์มีรูปแบบเดียวกัน มีการกำหนดเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์อย่างชัดเจนว่าเป็นเว็บไซต์เพื่อการบริการสารสนเทศโดยไม่หวังผลการโฆษณา ในการดำเนินการ จึงเลือกใช้ระบบของ WordPress ซึ่งมีผลดีต่อ SEO เนื่องจากวิธีเขียนโค้ดภายในของ WordPress ตรงตามมาตรฐาน W3C และโครงสร้างของ WordPress นั้นสอดคล้องและสนับสนุนให้ Google ค้นหาได้ดี โดยมี Plugin ต่าง ๆ ที่คอยช่วยบริหารเรื่องเกี่ยวกับ SEO นอกจากนั้นแล้ว ยังสามารถรองรับการแสดงผลได้กับทุกอุปกรณ์ (responsive website) ซึ่งเป็นมิตรกับผู้ใช้งานที่นิยมใช้งานระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตด้วยสมาร์ทโฟน

2.การสร้างเนื้อหาที่ดีและประโยชน์กับผู้ใช้งาน น่าอ่าน น่าสนใจ อ่านแล้วรู้เรื่อง ไม่สั้น ไม่ยาวเกินไป สื่อความหมายชัดเจน ตรงไปตรงมา และมีการปรับปรุงเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยจากผลการวิจัยต่างประเทศนั้นพบว่าเว็บไซต์ที่ติดอันดับการค้นหาในหน้าแรกมักจะมีความยาวเฉลี่ย 1,890 คำ และมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอในการสร้างเนื้อหา คือ การให้คำสำคัญ (keyword) เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานจะนำไปใช้ในการค้นหาด้วย Google และ Search engine ต่าง ๆ คำสำคัญจึงต้องปรากฏในส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหา เพื่อให้คำสำคัญมีความหนาแน่นและวางไว้ในส่วนที่เหมาะสมและสนับสนุนการค้นหาจาก Google ดังนี้

  • หัวข้อเรื่องหรือชื่อเรื่อง (title) เป็นส่วนที่แจ้งวัตถุประสงค์ และช่วยให้ผู้ใช้งานและ Google เข้าใจเนื้อหา

จะมีการนำคำสำคัญมาใช้ในการตั้งหัวข้อหรือชื่อเรื่องของเนื้อหาหรือบทความ รวมทั้งส่วนของ Slug หรือส่วนกำหนด URLของเนื้อหาก็ใส่คำสำคัญลงไปด้วยเช่นกัน

  • การเขียนเนื้อหาโดยมีคำสำคัญปรากฏอยู่ที่ย่อหน้าแรก (first paragraph) ของเนื้อหา ซึ่งคำสำคัญนี้จะไป

ปรากฏในผลการค้นหาต่อจากชื่อเรื่อง สร้างโอกาสในการเข้าชมเว็บไซต์ให้มากขึ้น รวมทั้งหัวเรื่องหรือชื่อเรื่องรองที่อยู่ภายในเนื้อหาก็ควรมีคำสำคัญปรากฏอยู่ด้วยเช่นกัน

  • การใช้คำสำคัญในการตั้งชื่อไฟล์ภาพ การใส่ชื่อภาพ และคำขยายความของภาพ เป็นอีกทางที่ช่วยเพิ่ม

ความหนาแน่นของคำสำคัญ และทำให้เข้าใจความหมายของภาพ และช่วยให้ภาพนั้นอยู่ในการค้นหาด้วยภาพ หรือ image อีกด้วย

3. การออกแบบให้หน้าเพจต่าง ๆ มีการเชื่อมโยงกัน ทั้งการเชื่อมโยงกันระหว่างเว็บไซต์ (external links) และเชื่อมโยงกันภายในเว็บไซต์ (internal links)โดยอาศัยหลัก Backlink หรือ ลิงค์ที่ชี้กลับมาที่เว็บไซต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยบอก search Engine อย่าง Google ให้รู้ว่าเนื้อหาของเว็บไซต์นั้นได้รับการยอมรับ และมีการทำเป็นอ้างอิงกลับมาให้จากเว็บไซต์อื่น ๆ ยิ่งมีจำนวน Backlink มากเท่าไร ก็มีโอกาสที่ Google ก็จะให้คะแนนกับหน้า ๆ นั้นมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้อันดับการค้นหาเพิ่มขึ้นด้วย

 

          คำศัพท์น่ารู้ที่คนทำ SEO พลาดไม่ได้

Algorithm หมายถึง กระบวนการการทำงานที่ทางแพลตฟอร์มซึ่งในที่นี้คือ Google ออกแบบเอาไว้โดยใช้หลักเหตุและผลมาช่วยเลือกวิธีการหรือขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป เพื่อจุดประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของแพลตฟอร์มให้สูงที่สุดและโปร่งใส

Keyword หมายถึง คำค้นหาที่ผู้คนใช้สำหรับค้นหาสิ่งต่าง ๆ ใน Search Engine เช่นหากคนกำลังต้องการซื้อบ้านมือสองย่านรังสิต เขาก็อาจจะใช้คำค้นหาอย่าง “บ้านมือสองรังสิต ไม่เกิน 2 ล้าน” เป็นต้น

Web Page หมายถึง หน้าต่าง ๆ ที่อยู่ในเว็บไซต์ เพราะใน 1 เว็บไซต์โดยทั่วไปมักจะมีหลาย Web Page เช่น หน้าแรก หน้าบทความ หน้าสินค้า หน้าติดต่อเรา ฯลฯ

Rank หมายถึง การจัดลำดับเว็บไซต์ใน Google หรือ Search Engine อื่น ๆ ยิ่งถ้า Rank ของคุณสูงขึ้น เท่ากับว่าเว็บไซต์ของคุณก็กำลังค่อยๆ เขยิบขึ้นมาในหน้าแรก Google ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณอยู่ใน Rank ลำดับที่เท่าไร

Organic หมายถึง การกระทำใด ๆ ก็ตามที่ทำอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ใช้เงินในการซื้อโฆษณาหรือการสแปม

Optimize หมายถึง การเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการเข้าไปตรวจสอบ แก้ไข ปรับปรุงและอัปเดตอยู่เสมอ

Backlink หมายถึง ลิงก์เว็บไซต์ของเราที่ถูกนำไปแปะไว้ตามเว็บไซต์อื่น ๆ และมีคนคลิกกลับเข้ามา โดยส่วนมากมักจะถูกใส่เอาไว้ในรูปแบบของลิงก์อ้างอิง และ Anchor Link

Rich Snippet หมายถึง การแสดงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ในหน้าค้นหาของ Google ซึ่งจะพิเศษกว่าตรงที่จะแสดงข้อมูลอื่น ๆ นอกเหนือจาก Title และ Description อาทิ คะแนนรีวิว รูปภาพ ราคาสินค้า ฯลฯ โดยผู้ใช้สามารถใส่ข้อมูลเพื่อให้ Google แสดงผลตามที่เราต้องการได้

SERPs หมายถึง ผลการแสดงลำดับของ Search Engine หรือเข้าใจง่ายๆ ก็คือหน้าผลลัพธ์การค้นหาบน Google เวลาที่คุณพิมพ์คีย์เวิร์ดลงไป โดยแบ่งเป็น 2 ชนิดได้แก่ Organic SERP Listings (ผลลัพธ์ที่แสดงการจัดอันดับแบบธรรมชาติ) กับ Paid SERP Listing (ผลลัพธ์ที่แสดงการซื้อโฆษณากับ Google หรือ Sponsored Links)

 

     หากคุณเคยมองว่าการทำ SEO เป็นเรื่องที่เข้าถึงยาก เป็นเรื่องเฉพาะทางที่คนเก่ง ๆ เท่านั้นจึงจะสามารถทำได้และถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ล่ะก็ จะเห็นได้ว่า SEO เป็นเรื่องที่สามารถศึกษาให้เข้าใจและทำด้วยตัวเองได้ เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาและการทำอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

วิธีทำ content บน TikTok

กลยุทธ์พร้อมข้อผิดพลาดกับการทำ SEO

Created : 24-03-2021

บทความที่น่าสนใจ

SEO แบบไหน ที่ทำให้เว็บไซต์อันดับดี

วิชั่น CP มุ่งสู่ธุรกิจอนาคต