การนำหลัก SEO มาพัฒนาเว็บไซต์ท้องถิ่น

Share : การนำหลัก SEO มาพัฒนาเว็บไซต์ท้องถิ่น การนำหลัก SEO มาพัฒนาเว็บไซต์ท้องถิ่น การนำหลัก SEO มาพัฒนาเว็บไซต์ท้องถิ่น การนำหลัก SEO มาพัฒนาเว็บไซต์ท้องถิ่น

การนำหลัก SEO มาพัฒนาเว็บไซต์ท้องถิ่น

บทความ www.seolnwza.com



สิ่งที่เราทุกคนได้เรียนรู้กันในหลายปีที่ผ่านมาคือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครได้ตั้งตัว สื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มมีบทบาทกับคนท้องถิ่นมากขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องนำหลัก SEO มาพัฒนาเว็บไซต์ท้องถิ่น

 

     สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ได้เปิดเผยผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตประเทศไทยในปี 2561 พบว่า พฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยจะใช้งาน 10 ชั่วโมง 5 นาทีต่อวัน โดยช่วงอายุระหว่าง 18-37 ปี หรือ Gen Y เป็นกลุ่มที่มีการใช้งานสูงสุด ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนผ่านชีวิตไปสู่ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น และจากการจัดอันดับการใช้งานเว็บไซต์โดย และพบว่า Google เป็น search engine อันดับหนึ่งที่คนไทยใช้บริการและส่วนใหญ่เป็นการใช้งานบนสมาร์ทโฟนมากกว่าใช้บนคอมพิวเตอร์

     ด้วยเหตุผลดังกล่าว งานข้อมูลท้องถิ่นและจดหมายเหตุ จึงได้ดำเนินการจัดทำและพัฒนาสารสนเทศท้องถิ่น เพื่อให้บริการบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้มากขึ้น ซึ่งอยู่ในรูปของเว็บไซต์และฐานข้อมูลต่าง ๆ ปัจจุบันมีให้บริการมากกว่า 10 เว็บไซต์ ทั้งนี้ในการพัฒนาเว็บไซต์และฐานข้อมูลในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ก็จะเลือกนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับช่วงเวลานั้น ๆ มาใช้ในการพัฒนา

     ปัจจุบันงานข้อมูลท้องถิ่น ได้ดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์และฐานข้อมูลโดยเลือกใช้ระบบโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อจัดการเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ต (Content Management : CMS) คือ WordPress มาใช้งาน ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่าย มีคู่มือหรือเทคนิควิธีการใช้งานเผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ สามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง

     จากข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของคนในปัจจุบัน การพัฒนาสารสนเทศท้องถิ่นเพื่อให้บริการบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนั้น จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการทำให้ ซึ่งเป็น Search engine ที่คนไทยคุ้นเคยค้นเจอเว็บไซต์หรือฐานข้อมูลที่ให้บริการด้วย ในการพัฒนาสารสนเทศจึงได้นำหลัก SEO หรือ Search Engine Optimization มาใช้เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ และมีผู้ใช้งานมากขึ้น

     SEO เป็นการทำให้อันดับของเว็บไซต์ที่แสดงบน search engine ดีขึ้น โดยเวลาใช้งาน search engine ผู้ค้นหาจะต้องใส่คำสำคัญ (Keyword) ที่ต้องการลงไป และ search engine จะทำการค้นหาเว็บไซต์ที่ตรงกับคำสำคัญมากที่สุดมาจัดเรียงอันดับ ยิ่งอันดับเว็บไซต์สูงหรือปรากฏในหน้าแรกของผลของการค้นหา เว็บไซต์นั้นก็จะมีโอกาสที่จะถูกคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์มากขึ้นด้วย เมื่อมีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น ก็จะสามารถช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจหรือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลได้มากขึ้นตามไปด้วย

     ในการพัฒนาเว็บไซต์หรือฐานข้อมูลท้องถิ่น จึงได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับหลัก SEO ดังนี้

1. โครงสร้างเว็บไซต์ที่พัฒนาหรือปรับปรุงมีการนำระบบการจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (CMS) มาใช้ เพื่อให้เว็บไซต์มีรูปแบบเดียวกัน มีการกำหนดเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์อย่างชัดเจนว่าเป็นเว็บไซต์เพื่อการบริการสารสนเทศโดยไม่หวังผลการโฆษณา ในการดำเนินการ จึงเลือกใช้ระบบของ WordPress ซึ่งมีผลดีต่อ SEO เนื่องจากวิธีเขียนโค้ดภายในของ WordPress ตรงตามมาตรฐาน W3C และโครงสร้างของ WordPress นั้นสอดคล้องและสนับสนุนให้ Google ค้นหาได้ดี โดยมี Plugin ต่าง ๆ ที่คอยช่วยบริหารเรื่องเกี่ยวกับ SEO นอกจากนั้นแล้ว ยังสามารถรองรับการแสดงผลได้กับทุกอุปกรณ์ (responsive website) ซึ่งเป็นมิตรกับผู้ใช้งานที่นิยมใช้งานระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตด้วยสมาร์ทโฟน

2.การสร้างเนื้อหาที่ดีและประโยชน์กับผู้ใช้งาน น่าอ่าน น่าสนใจ อ่านแล้วรู้เรื่อง ไม่สั้น ไม่ยาวเกินไป สื่อความหมายชัดเจน ตรงไปตรงมา และมีการปรับปรุงเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยจากผลการวิจัยต่างประเทศนั้นพบว่าเว็บไซต์ที่ติดอันดับการค้นหาในหน้าแรกมักจะมีความยาวเฉลี่ย 1,890 คำ และมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอในการสร้างเนื้อหา คือ การให้คำสำคัญ (keyword) เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานจะนำไปใช้ในการค้นหาด้วย Google และ Search engine ต่าง ๆ คำสำคัญจึงต้องปรากฏในส่วนต่าง ๆ ของเนื้อหา เพื่อให้คำสำคัญมีความหนาแน่นและวางไว้ในส่วนที่เหมาะสมและสนับสนุนการค้นหาจาก Google ดังนี้

  • หัวข้อเรื่องหรือชื่อเรื่อง (title) เป็นส่วนที่แจ้งวัตถุประสงค์ และช่วยให้ผู้ใช้งานและ Google เข้าใจเนื้อหา

จะมีการนำคำสำคัญมาใช้ในการตั้งหัวข้อหรือชื่อเรื่องของเนื้อหาหรือบทความ รวมทั้งส่วนของ Slug หรือส่วนกำหนด URLของเนื้อหาก็ใส่คำสำคัญลงไปด้วยเช่นกัน

  • การเขียนเนื้อหาโดยมีคำสำคัญปรากฏอยู่ที่ย่อหน้าแรก (first paragraph) ของเนื้อหา ซึ่งคำสำคัญนี้จะไป

ปรากฏในผลการค้นหาต่อจากชื่อเรื่อง สร้างโอกาสในการเข้าชมเว็บไซต์ให้มากขึ้น รวมทั้งหัวเรื่องหรือชื่อเรื่องรองที่อยู่ภายในเนื้อหาก็ควรมีคำสำคัญปรากฏอยู่ด้วยเช่นกัน

  • การใช้คำสำคัญในการตั้งชื่อไฟล์ภาพ การใส่ชื่อภาพ และคำขยายความของภาพ เป็นอีกทางที่ช่วยเพิ่ม

ความหนาแน่นของคำสำคัญ และทำให้เข้าใจความหมายของภาพ และช่วยให้ภาพนั้นอยู่ในการค้นหาด้วยภาพ หรือ image อีกด้วย

3. การออกแบบให้หน้าเพจต่าง ๆ มีการเชื่อมโยงกัน ทั้งการเชื่อมโยงกันระหว่างเว็บไซต์ (external links) และเชื่อมโยงกันภายในเว็บไซต์ (internal links)โดยอาศัยหลัก Backlink หรือ ลิงค์ที่ชี้กลับมาที่เว็บไซต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยบอก search Engine อย่าง Google ให้รู้ว่าเนื้อหาของเว็บไซต์นั้นได้รับการยอมรับ และมีการทำเป็นอ้างอิงกลับมาให้จากเว็บไซต์อื่น ๆ ยิ่งมีจำนวน Backlink มากเท่าไร ก็มีโอกาสที่ Google ก็จะให้คะแนนกับหน้า ๆ นั้นมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้อันดับการค้นหาเพิ่มขึ้นด้วย

 

          คำศัพท์น่ารู้ที่คนทำ SEO พลาดไม่ได้

Algorithm หมายถึง กระบวนการการทำงานที่ทางแพลตฟอร์มซึ่งในที่นี้คือ Google ออกแบบเอาไว้โดยใช้หลักเหตุและผลมาช่วยเลือกวิธีการหรือขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป เพื่อจุดประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของแพลตฟอร์มให้สูงที่สุดและโปร่งใส

Keyword หมายถึง คำค้นหาที่ผู้คนใช้สำหรับค้นหาสิ่งต่าง ๆ ใน Search Engine เช่นหากคนกำลังต้องการซื้อบ้านมือสองย่านรังสิต เขาก็อาจจะใช้คำค้นหาอย่าง “บ้านมือสองรังสิต ไม่เกิน 2 ล้าน” เป็นต้น

Web Page หมายถึง หน้าต่าง ๆ ที่อยู่ในเว็บไซต์ เพราะใน 1 เว็บไซต์โดยทั่วไปมักจะมีหลาย Web Page เช่น หน้าแรก หน้าบทความ หน้าสินค้า หน้าติดต่อเรา ฯลฯ

Rank หมายถึง การจัดลำดับเว็บไซต์ใน Google หรือ Search Engine อื่น ๆ ยิ่งถ้า Rank ของคุณสูงขึ้น เท่ากับว่าเว็บไซต์ของคุณก็กำลังค่อยๆ เขยิบขึ้นมาในหน้าแรก Google ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณอยู่ใน Rank ลำดับที่เท่าไร

Organic หมายถึง การกระทำใด ๆ ก็ตามที่ทำอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ใช้เงินในการซื้อโฆษณาหรือการสแปม

Optimize หมายถึง การเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการเข้าไปตรวจสอบ แก้ไข ปรับปรุงและอัปเดตอยู่เสมอ

Backlink หมายถึง ลิงก์เว็บไซต์ของเราที่ถูกนำไปแปะไว้ตามเว็บไซต์อื่น ๆ และมีคนคลิกกลับเข้ามา โดยส่วนมากมักจะถูกใส่เอาไว้ในรูปแบบของลิงก์อ้างอิง และ Anchor Link

Rich Snippet หมายถึง การแสดงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ในหน้าค้นหาของ Google ซึ่งจะพิเศษกว่าตรงที่จะแสดงข้อมูลอื่น ๆ นอกเหนือจาก Title และ Description อาทิ คะแนนรีวิว รูปภาพ ราคาสินค้า ฯลฯ โดยผู้ใช้สามารถใส่ข้อมูลเพื่อให้ Google แสดงผลตามที่เราต้องการได้

SERPs หมายถึง ผลการแสดงลำดับของ Search Engine หรือเข้าใจง่ายๆ ก็คือหน้าผลลัพธ์การค้นหาบน Google เวลาที่คุณพิมพ์คีย์เวิร์ดลงไป โดยแบ่งเป็น 2 ชนิดได้แก่ Organic SERP Listings (ผลลัพธ์ที่แสดงการจัดอันดับแบบธรรมชาติ) กับ Paid SERP Listing (ผลลัพธ์ที่แสดงการซื้อโฆษณากับ Google หรือ Sponsored Links)

 

     หากคุณเคยมองว่าการทำ SEO เป็นเรื่องที่เข้าถึงยาก เป็นเรื่องเฉพาะทางที่คนเก่ง ๆ เท่านั้นจึงจะสามารถทำได้และถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ล่ะก็ จะเห็นได้ว่า SEO เป็นเรื่องที่สามารถศึกษาให้เข้าใจและทำด้วยตัวเองได้ เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาและการทำอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

วิธีทำ content บน TikTok

กลยุทธ์พร้อมข้อผิดพลาดกับการทำ SEO

Created : 24-03-2021

บทความที่น่าสนใจ

ความเข้าใจในการทำ SEO

“แจ็ค หม่า” เตรียมอำลาตำแหน่งประธานบริหารบริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป