หากอยากทำ SEO ให้ดี  ห้ามทำสิ่งนี้เด็ดขาด

Share : หากอยากทำ SEO ให้ดี  ห้ามทำสิ่งนี้เด็ดขาด หากอยากทำ SEO ให้ดี  ห้ามทำสิ่งนี้เด็ดขาด หากอยากทำ SEO ให้ดี  ห้ามทำสิ่งนี้เด็ดขาด หากอยากทำ SEO ให้ดี  ห้ามทำสิ่งนี้เด็ดขาด

หากอยากทำ SEO ให้ดี ห้ามทำสิ่งนี้เด็ดขาด

บทความ www.seolnwza.com



หากอยากทำ SEO ให้ดี  ห้ามทำสิ่งนี้เด็ดขาด

 

การทำ SEO เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับธุรกิจ  สินค้า  และบริการต่าง ๆ ที่ต้องการจะอยู่รอดบนโลกออนไลน์  การทำ SEO จะช่วยทำให้ผู้คนเข้าถึงบริการของคุณได้มากขึ้น  ถึงแม้ว่าการทำ SEO จะต้องอาศัยระยะเวลากันสักหน่อย  แต่ก็ได้ผลที่ดีในระยะยาว  และถ้าคุณอยากทำ SEO ให้ดี คุณห้ามทำสิ่งเหล่านี้เด็ดขาด

 

SEO คืออะไร

SEO หรือชื่อเต็มคือ Search Engine Optimization เป็นวิธีการหนึ่งในการทำการตลาดดิจิทัล ที่จะทำให้เว็บไซต์ แบรนด์ สินค้า บริการ หรือธุรกิจของคุณติดหน้าแรกของ Google เมื่อมีการค้นหาด้วย Keyword ที่ได้กำหนดเอาไว้ โดยขั้นตอนการทำนั้นจะต้องอาศัยองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างการใช้ Content แบบ Onsite, Outrech, Blog, การใส่ Keyword และการทำ Backlink ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำให้เว็บไซตืของคุณไต่อันดับจากท้าย ๆ ไปยังหน้าแรกของ Google ได้แบบ Organic เป็นช่องทางการทำการตลาดออนไลน์ ที่จะต้องอาศัยระยะเวลาและการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในระยะยาว

 

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  1. ใช้คอนเทนต์เดียวกันซ้ำ ๆ

จริงอยู่ที่หน้าเว็บไซต์ที่ดี  ควรจะมีคอนเทนต์  ที่เป็นตัวหนังสือในแต่ละหน้า (โดยต้องมีการแทรกคีย์เวิร์ดต่างๆ ลงไป) ในปริมาณที่ไม่น้อยจนเกินไป  แต่หลายครั้ง  คนทำเว็บไซต์หรือเจ้าของเว็บไซต์เองอาจจะไม่รู้  แล้วใช้วิธีคัดลอกเอาคอนเทนต์ในหน้านึง ไปใส่อีกหน้าแล้วก็ใช้คอนเทนต์นั้นซ้ำ ๆ ในหลายครั้งบนหน้าเว็บไซต์  จากที่คิดว่าจะได้ผลดี  แต่กลายเป็นว่า  การทำ SEO ด้วยวิธีนี้  จะยิ่งส่งผลเสียต่อลำดับ Rank ของคุณ  และส่งผลโดยตรงในเรื่องขงคุณภาพคอนเทนต์

ดังนั้น  ต่อให้ในหน้าเว็บของคุณมีสินค้าหรือบริการเดียวกัน  ขอแนะนำให้คุณเขียนคอนเทนต์แยกกันไปในแต่ละหน้าดีกว่า อาจจะมีการปรับคำ  หรือเนื้อหาที่นำเสนอ  เพื่อที่เวลามีคนมาดูในเว็บไซต์จะได้มีประโยชน์

  1. เขียน ๆ ไป  โดยไม่สนใจว่าเนื้อหาจะเป็นอย่างไร

บางคนคิดว่าการทำ SEO จะต้องมีเนื้อหาคอนเทนต์เยอะ ๆ ยิ่งเยอะยิ่งดี  เลยทั้งอัดเนื้อหาและยัด Keyword เข้าไปเต็มที่  โดยไม่ได้คิดว่าผู้อ่านจะได้ประโยชน์หรือไม่  คิดแค่ว่า Gogle จะชอบเท่านั้น  แต่ที่จะแล้วไม่ใช่เลย  เพราะสิ่งที่จะเกิดตามมาเมื่อหน้าเว็บไซต์ของคุณมีแต่เนื้อหาที่อ่านไม่รู้เรื่อง  ไม่น่าอ่าน  คนที่เข้ามาในเว็ยไซต์ก็จะรีบออก  ทำให้เกิดเป็น Bounce Rate หรืออัตตราการตีกลับที่สูงขึ้น  และนั่นจะทำให้ลำดับ Rank ใน Google ของคุณแย่ลง

 

  1. ทำ Backlink เยอะ  โดยไม่สนคุณภาพ

จริงอยู่ที่การที่คุณทำ Backilnk เยอะจะไม่ใช่เรื่องผิด  แต่ผิดที่คุณภาพของ Link ที่คุณจะได้กลับมา  ในช่วงแรกที่คุณทำ  ลำดับ Rank ของคุณอาจจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว  แต่การทำ SEO ไม่ใช่การทำงานแค่วันหรือสองวัน  แต่ต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมีคุณภาพอย่างแท้จริง  ดังนั้นในการทำ Backlink คุณภาพจะต้องสำคัญกว่าปริมาณ

 

  1. ใส่ Internal Link ไปหน้าเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง

การทำ SEO ที่ดี  จะต้องมีปริมาณ Link เข้า – ออก ในปริมาณที่เหมาะสม  ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการทำ Internal Link สำหรับนำให้คนคลิกเพื่อเข้าไปอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมจากแหล่งต้นฉบับ  หรือแหล่งอ้างอิง  แต่สิ่งที่คุณต้องระวังก็คือ  อย่าใส่ Link ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับหน้าเว็บไซต์ของคุณ  เพราะจะส่งผลต่อคุณภาพของเว็บไซต์และลำดับ Rank ใน Google ของคุณ

 

  1. ตำแหน่งโฆษณา กับ Pop Up เยอะจะเกินเหตุ

ลองคิดตามว่า ถ้าคุณกำลังอ่านเนื้อหาคอนเทนต์ที่คุณสนใจอยู่  แล้วมี Pop Up และ โฆษณา เด้งขึ้นมาตลอด ๆ ก็จะทำให้คุณรู้สึกรำคาญและอยากกดออกจากเว็บไซต์นั้น  เช่นเดียวกัน  คุณก็คงไม่อยากให้คนที่เข้ามาชมเว็บของคุณรู้สึกแบบนั้น  ดังนั้น  ถ้าคุณอยากได้รายได้จากการมีโฆษณาบนหน้าเว็บไซต์  ควรจะให้ผู้ออกแบบเว็บไซต์วางโฆษณาในตะปหน่งที่เหมาะสม  โดยไม่ให้โฆษณานั้นขึ้นมาขัดจังหวะการอ่านคอนเทนต์  อาจจะวางเป็น Side Bar ด้านข้าง  หรือถ้าขั้นระหว่างคอนเทนต์จริง ๆ ก็ควรมีระยะที่ปล่อยให้ผู้อ่านได้อ่านสักระยะแล้วค่อยขึ้นโฆษณาคั่น  ส่วน Pop Up ก็ไม่ควรให้เด้งขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา  อาจจะเด้งเฉพาะตอนที่เข้ามาหน้านั้น ๆ ก็เพียงพอแล้วเพราะการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพที่สุด  คือการรักษาให้คนที่ผ่านเข้ามาบนหน้าเว็บไซต์ของคุณได้ใช้เวลาอยู่บนนั้นให้นานที่สุด

 

  1. ปล่อยให้เว็บร้าง  ไม่มีการอัพเดท

ผู้คนที่เข้ามาค้นข้อมูล  ก็อยากจะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ  และมีความเป็นปัจจุบันอยู่ตลอด  Google เองก็ชอบเนื้อหาที่ใหม่  และมีการอัพเดทอย่าสม่ำเสมอ  หากเว็บไซต์ไม่มีการอัพเดทหรือปรับปรุงเป็นเวลานาน  มีแต่เนื้อหาเก่า ๆ เดิม ๆ ก็อาจจะทำให้ Google หาเว็บไซต์อื่นขึ้นมาแทนที่คุณ

 

  1. ปล่อยให้เว็บไซต์โดนแฮ็ก (Hacked)

การแฮ็กเว็บไซต์นั้นมีมากมายหลายรูปแบบ  ทั้งการปิดล้อกเว็บไซต์ไม่ให้ใช้งานได้  หรือแอบแก้ข้อมูล  เช่น  นำเนื้อหาอื่นมาใส่ไว้  ทำ Backlink ออกไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ ฝังMalware พวกไวรัสในเว็บไซต์เป็นต้น  เมื่อ Google พบปัญหานี้  ก็จะแสดงข้อความว่า  เว็บไซต์นี้อาจะถูกแฮ็ก  ไว้ใต้เว็บไซต์นั้นบนหน้าผลการค้นหา  เพื่อแจ้งเตือนคนที่อาจจะคลิกเข้ามา  และอันดับ Rank ของคุณก็จะตกลงมา 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

How to ทำยังไงให้เว็บของคุณมีคุณภาพ

แนวทางในการทำ SEO

Created : 29-01-2021

บทความที่น่าสนใจ

Black Hat SEO vs White Hat SEO ต่างกันอย่างไร?

เคล็ดลับเพิ่มยอดผู้ติดตามบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างได้ผล