เขียนบทความ อย่างไร ให้ติดหน้าแรก ของ Google

Share : เขียนบทความ อย่างไร ให้ติดหน้าแรก ของ Google เขียนบทความ อย่างไร ให้ติดหน้าแรก ของ Google เขียนบทความ อย่างไร ให้ติดหน้าแรก ของ Google เขียนบทความ อย่างไร ให้ติดหน้าแรก ของ Google

เขียนบทความ อย่างไร ให้ติดหน้าแรก ของ Google

บทความ www.seolnwza.com



เขียนบทความ อย่างไร ให้ติดหน้าแรก ของ Google

เวลาที่เราหาข้อมูลที่อยากรู้ใน google เราก็มักจะกดเข้าไปในข้อมูลหรือบทความที่ขึ้นมาเป็นอันดับแรก ๆ ในหน้าค้นหา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันยังมีข้อมูลอยู่อีกหลายหน้าเลย ในมุมของคนเขียนเองก็อยากจะให้บทความที่เขียนปรากฏอยู่เป็นอันดับแรก ๆ เช่นกัน วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าจะเขียนบทความอย่างไรให้ติดหน้าแรก ๆ ของ google

 

1 เลือกหัวข้อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

หัวใจสำคัญที่จะทำให้บทความของเราติดอันดับ seo ก็คือกลุ่มเป้าหมาย เราต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นแบบไหน แล้วจึงเริ่มคิดหัวข้อให้ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของเรา วิธีที่จะช่วยให้ได้ไอเดีย มีดังนี้

ศึกษาจากสังคมออนไลน์

ศึกษาจากกลุ่มโซเชียลมีเดีย หรือบล็อก โพส ต่าง ๆ เช่น Facebook , Twitter, IG , Line , Pantip เป็นต้น

เราสามารถสังเกตการณ์กลุ่มเป้าหมายเราจากสื่อต่าง ๆ เหล่านี้ ว่าพวกเขามีความสนใจเกี่ยวกับอะไรบ้าง เทรนด์ในช่วงนี้มีอะไร พวกเขากำลังสนใจในเทรนด์อะไรอยู่

ศึกษาจากขู่แข่ง

เราสามารถศึกษาข้อมูลจากขู่แข่งได้ด้วยการสังเกตดูว่าช่วงนี้เขากำลังเล่นประเด็นอะไร มีข้อดี และข้อผิดพลาดด้านไหนบ้าง แล้วเราก็นำมาเป็นไอเดียในการปรับปรุงข้อมูลหรือบทความของเรา

ศึกษาเป็นรายบุคคล

เราจะดูได้จากเสียงตอบรับต่อผลงาน หรือความคิดเห็นที่มีต่อสินค้า แล้วเราก็นำสิ่งเหล่านั้นที่ได้จากตัวบุคคลมาปรับเพื่อให้พวกเขาพึงพอใจ

 

2 ใช้คีย์เวิร์ดที่คนค้นหาเยอะ และต้องตรงกับเนื้อหาบทความ

คีย์เวิร์ดเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งในการทำ SEO โดยคีย์เวิร์ดจะเชื่อมโยงระหว่าง คำที่คนค้นหาจำนวนมาก กับ บทความบนเว็บไซต์ของเรา ในบางครั้งเราเขียนบทความเรื่องเดียวกัน แต่ใช้คำต่างกัน เช่น เขียนคอนเทนต์ กับ เขียน Content จำนวนการค้นหาบน Google ก็จะต่างกันด้วย ดังนั้นเราควรค้นหาคีย์เวิร์ดหรือคำที่คนใช้ในการค้นหามากกว่า มาใช้กับการเขียนในบทความเพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกพบเห็น

วิธีการหาคีย์เวิร์ด

  • Google Suggest

คือการพิมพ์ค้นหาแบบธรรมดา ๆ บน google แล้วดูคำที่ถูกแนะนำในแถบที่แสดงขึ้นมา โดย google จะแสดงคีย์เวิร์ดหลักที่เราเขียน แล้วมีคำขยายที่มักค้นหาคู่กัน

  • Google Keyword Planner

เป็นเรื่องมีฟรี ที่จะช่วยให้เราค้นหาคีย์เวิร์ดสำหรับ SEO ได้ละเอียดยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการบ่งบอกปริมาณการค้นหาคีย์เวิร์ดนั้น ๆ ในแต่ละเดือน และบอกปริมาณขู่แข่งที่ใช้คำนั้น ๆ มากน้อยแค่ไหน อีกทั้งยังบอกราคาของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ หากอยากจะซื้อคีย์เวิร์ดเพื่อโฆษณาให้อยู่อันดับต้น ๆ ของ google อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเสนอแนะคีย์เวิร์ดใหม่ ๆ ที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้เราสามารถพิจารณาได้ว่าจะเลือกใช้คีย์เวิร์ดไหนสำหรับทำ SEO

 

3 เขียนเนื้อหาให้น่าสนใจ และมีความยาวบทความที่ไม่น้อยจนเกินไป

แค่หัวข้ออย่างเดียวก็คงจะไม่พอ การที่เรามีเนื้อหาที่ตรงจุด อ่านแล้วไม่สะดุดนั้นมีผลต่อการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อสินค้าหรืออันดับของเรา เนื้อหาต้องมีความยาวมากพอครอบคลุมคีย์เวิร์ดหลาย ๆ อย่างที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบเจอบทความของเรา

 

4 เนื้อหาในคอนเทนต์ต้องมีคุณภาพ และเอื้อประโยชน์ต่อผู้อ่าน

อีกสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดก็คือเรื่องของคุณภาพของคอนเทนต์ว่ามีเนื้อหาเป็นเช่นไร บทความของเราต้องอ่านแล้วเข้าใจง่าย มีความน่าสนใจ และตรงประเด็น เพราะถ้าผู้คนชอบเนื้อหาของเรา พวกเขาก็จะแชร์มันออกไป เพิ่มโอกาสให้มีคนเข้าถึงบทความของเรามากยิ่งขึ้น

 

5 นำคีย์เวิร์ดมาใช้กับคอนเทนต์

  • ใส่คีย์เวิร์ดใน Headline

เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ Google รับรู้อย่างชัดเจน ว่าบทความนี้เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ด SEO Strategy นี้นะ เมื่อถูกค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดก็แนวโน้มที่จะติดอันดับได้

  • ใส่คีย์เวิร์ดลงใน Meta Description

เป็นส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะถ้าเราใส่คีย์เวิร์ดลงไปทั้งใน Headline และ Meta Description จะเป็นการช่วยตอกย้ำให้ Google เข้าใจเพิ่มไปอีกว่าบทความเราเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดดังกล่าวนี้

  • ใส่คีย์เวิร์ดลงในลิงก์ URL
  • วางคีย์เวิร์ไว้ใน 100 คำแรกของเนื้อหา
  • แทรกลิงก์หน้าอื่น ๆ ลงไปในบทความ

 

6 แชร์บทความลงในโซเชียลมีเดีย เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์

แม้ว่าบทความจะอยู่บนเว็บไซต์ และช่องทางหลักที่คนจะค้นหาเจอ คือ Search Engine แต่จะให้เราพึ่งพาช่องทางการค้นหานี้เพียงอย่างเดียวก็คงไม่เพียงพอสำหรับการทำ SEO ให้ติดอันดับต้น ๆ  อีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้การทำ SEO ของเราติดอันดับต้น ๆ นั่นก็คือการแชร์บทความบนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือช่องทางอื่น ๆ ซึ่งก็จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เราได้ และยิ่งผู้เข้าชมเว็บไซต์เยอะเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ Google รับรู้ว่าผู้อ่านชอบคอนเทนต์เรา เป็นผลให้จัดอันดับบทความเราให้อยู่ในอันดับต้น SEO ต้น ๆ

 

7 วิเคราะห์ผลลัพธ์ และนำไปพัฒนาต่อ

เครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยตรวจสอบผลลัพธ์ของเว็บไซต์ให้เราได้ก็คือ Google Analytics ซึ่งเครื่องมือนี้จะช่วยให้เรารู้ว่า

  • บทความของเรามีผู้เข้าชมมากน้อยแค่ไหน
  • ผู้ชมใช้เวลากับบทความของเราเป็นอย่างไร
  • เข้ามาอ่านบทความของเราเพียงแค่ครู่เดียว แล้วออกไปเว็บอื่นเลยหรือไม่
  • จำนวนหน้าเฉลี่ยที่ผู้อ่านเข้าถึง เพื่อดูว่าพวกเขาสนใจอ่านหน้าอื่น ๆ ต่อหรือไม่

นอกจากนี้เรายังสามารถตรวจสอบได้อีกว่า คีย์เวิร์ด ที่เราใช้ในบทความนั้น ได้ผลเป็นอย่างไรบ้างผ่าน Google Analytics ได้เช่นเดียวกัน ในหมวดหมู่ (Acquisition > Search Console >Queries) เพื่อดูว่า คีย์เวิร์ด ที่เราเข้าไปในบทความมีคนเห็นเท่าไหร่, มีจำนวนคนที่เห็นแล้วคลิกเท่าไหร่, คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์, และอยู่ในอันดับที่ดีหรือไม่ในคีย์เวิร์ดนั้น ๆ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

Google Algorithm

SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร

Created : 18-01-2021

บทความที่น่าสนใจ

การทำเว็บไซต์จะต้องมีความเข้าใจอะไรบ้าง

3 ประโยชน์ของ SEO ต่อการพัฒนาโครงสร้างเว็บไซต์ที่มั่นคง