Trick ปั้น SEO ให้โดนใจ Google

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ Trick ปั้น SEO ให้โดนใจ Google

บทความ www.seolnwza.com



Facebook Ads และ SEO เป็นเทรนด์ตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ดังนั้น เรามาดูกันว่า วิธีการที่จะทำให้เว็บไซต์ของเรา ขึ้นไปสู่หน้าหนึ่งของเว็บไซต์ Google ได้ จะต้องเรียนรู้วิธีใดบ้าง

 

     ควรเน้นเพิ่ม Organic Search Traffic บวกกับใส่คีย์เวิร์ดหลักเข้าไปใน H1 แล้ว อย่าลืมตั้งค่า H2 - H6 นั่นก็คือ หัวข้อย่อยต่างๆ และปัจจุบันสำหรับการค้นหาด้วยเสียง ผ่านผู้ช่วยส่วนตัวอย่าง Siri หรือ Google Assistant ซึ่งโดยการค้นหาด้วยเสียง Google จะเน้นหาผลลัพธ์จาก Featured Snippet ลักษณะเป็นข้อความสั้นๆ

 

มาดูวิธีการทำให้ เว็บไซต์ โดนใจ google

1. HTTPS Security ( SSL )

     การสื่อสารทั้งหมดระหว่างเว็บไซต์ และ เบราว์เซอร์ โดยจะมีการเข้ารหัส HTTPS มักใช้ในการปกป้องธุรกรรมออนไลน์ที่มีความลับสูง ซึ่ง Google ใช้ในการจัดอันดับเว็บต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใช้งานหน้าเว็บ ( Page Experience )

 

2.  Mobile - Friendly

     การทำให้เว็บไซต์ของเรารองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเลท ซึ่งทำให้การเข้าชมเว็บไซต์ของเราผ่านอุปกรณ์ มีความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น

 

3. โครงสร้างเรื่องเทคนิค SEO

    โครงสร้างทางเทคนิคของเว็บไซต์จะต้องปรับให้เข้ากับการทำงานของ Google เพื่อให้ Google Bot เข้ามาบันทึกข้อมูลในเว็บไซต์ของเราได้ง่ายขึ้น

 

4. โหลดหน้าเว็บไซต์

     ความเร็วของการโหลดหน้าเว็บ ซึ่งจะทำให้ Google ใช้ในการจัดอันดับ หรือ ได้รับความนิยมหลังจาก Google

 

5. สัญญาณของประสบการณ์ใช้งานหน้าเว็บ ( Core Web Vitals )    

- หน้าเว็บที่มอบประสบการณ์สำหรับผู้ใช้งาน โดยมุ่งเน้นด้านการโหลด การโต้ตอบ และ ความเสถียรของภาพ ประกอบด้วย

- Largest Contentful Paint ( LCP ) คือ การวัดประสิทธิภาพการโหลด

- First Input Delay ( FID ) คือ การวัดการโต้ตอบ 

Cumulative Layout Shift ( CLS ) คือ การวัดความเสถียรของภาพ 

     ซึ่ง Google จะนำเอา Core Web Vitals มาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใช้งานหน้าเว็บ ( Page Experience ) ที่ใช้ในการจัดอันดับเว็บต่าง ซึ่งจะเกิดขึ้นในปีนี้

 

6. เจตนาของผู้ใช้ Search Intent หรือ Keyword Intent

     การเขียนบทความ ( content ) ตาม keyword หรือ ความต้องการของผู้ใช้งาน Google โดยการทำ SEO บวกกับลง คอนเทนต์  เข้าไปในส่วนต่างๆ ของเว็บไซต์ ( Keyword Mapping ) จำพวก หน้าหมวดหมู่, หน้าสินค้า, หน้าโฮมเพจ, หน้าบทความ หรือ Blog และหน้าที่เสนอบริการฟรีๆ ให้ลูกค้า

 

7. การเขียนโปรแกรม ( Coding ) 

     การเขียนโปรแกรม ( Coding ) เข้าในเว็บไซต์ เพื่อให้ Google แสดงข้อมูลจากเว็บไซต์ได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น วัน, เวลา, คะแนนรีวิว, จำนวนการรีวิว และ ราคา เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ เพิ่มอัตราการคลิกเข้าสู่เว็บไซต์จากผลการค้นหา ( SERP ) ของ Google

 

8. RankBrain

     Algorithm ของ Google ที่เป็น AI โดยจะประมวลผลจากประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ ( UX signals ) ที่มีต่อผลการค้นหา ( SERP ) ของ Google ในการทำความเข้าใจเจตนาของผู้ค้นหา โดยใช้ข้อมูลจากสัญญาณการค้นหาต่างๆ รวมทั้งตำแหน่งอุปกรณ์ ประวัติการค้นหา ทำให้ Google เข้าใจว่าหน้าเว็บต่างๆ เกี่ยวข้องกับแนวคิดอย่างไร พร้อมแสดงผลหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหา รวมทั้งแสดงผลการค้นหา ( Search Results ) ที่ไม่ได้มีคำค้นหา ( Search Query ) โดยตรง การปรับเว็บไซต์ และ คอนเทนต์ให้เข้ากับ RankBrain เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าอยากให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าหนึ่งเป็นเวลานาน

 

9. คุณภาพของเว็บไซต์  E-A-T Rating

     E = Expertise คือ ความชำนาญ เชี่ยวชาญ

     A = Authoritativeness คือ การได้รับการยอมรับจากผู้อื่น

     T = Trustworthiness คือ ความน่าเชื่อถือ

     E-A-T Rating จำเป็นมาก

     สำหรับ SEO การเพิ่ม Conversion Rate  เป็นอัตราส่วนของการเข้าชมเนื้อหาในเว็บไซต์ตามที่ผู้ทำสถิติกำลังสนใจในตอนนี้ ซึ่งจะมีผลดีเป็นอย่างมาก

 

10. Conversion Rate Optimization

     การปรับเว็บไซต์ เพื่อให้เกิด Conversion เพิ่มมากขึ้น บางเว็บไซต์ติดอันดับ SEO ดี แต่รายได้ยังคงเป็นปัจจัยหลักของการทำธุรกิจ

 

11. Link Building & Social Signals

     การทำ SEO เว็บไซต์ ควรสร้างลิงก์แทรกเข้ามาร่วมด้วยกับคอนเทนต์ จำพวก Backlinks จาก Social Media

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

ส่องโมเดลธุรกิจออนไลน์ Business Model Canvas

ชาวโซเชียลออนไลน์ ทำการตลาด Shop Online เติบโตขึ้น จริงหรือ ?

Created : 21-10-2020

บทความที่น่าสนใจ

5 เทคนิคการทำ SEO

จุดเด่นของ content ต้องมีอะไรบ้าง