รวมผลทดลอง การทดสอบ SEO ประจำปี 2020

Share : รวมผลทดลอง การทดสอบ SEO ประจำปี 2020 รวมผลทดลอง การทดสอบ SEO ประจำปี 2020 รวมผลทดลอง การทดสอบ SEO ประจำปี 2020 รวมผลทดลอง การทดสอบ SEO ประจำปี 2020

รวมผลทดลอง การทดสอบ SEO ประจำปี 2020

บทความ www.seolnwza.com



การทำ SEO แน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่เราจะเรียนรู้แค่เพียงไม่กี่ครั้งแล้วเราจะเข้าใจหมดทุกสิ่ง เพราะ Google มีการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมมากกว่า 3000 รายการต่อปี การปรับตัวให้รู้เท่าทัน คือสิ่งที่ต้องเรียนรู้

 

     การเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมของ Google ในทุกๆ ปี คือการปรับตัวที่ต้องรู้ให้เท่าทันมันทุกสิ่ง ฉะนั้นแล้ว การทดลองผลการทดสอบ การทำ SEO จึงต้องหมั่นทำการทดสอบอยู่บ่อยๆ เพื่อให้ธุรกิจของเรา ไม่ด้อยไปกว่าหรือแพ้แก่ใครอื่น แล้วผลทดลองการทดสอบ SEO ประจำปี 2020 มีอะไรบ้างล่ะ เชิญทัศนาไปกับบทความในวันนี้กันเลย

 

1. การทดสอบ Headlines ในเว็บไซต์ของคุณ

     ซึ่งถ้าหากคุณต้องการทราบความแตกต่างระหว่าง Headlines คุณสามารถเข้าไปทดสอบได้ที่ Clickflow.com โดยเครื่องมือนี้เป็นส่วนสำคัญของ Google ซึ่งจะมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวชี้วัดของผู้ใช้ทั้งหมด

 

     มีคนประมาณ 1000 คน ลงมือค้นหาคำเดียวกัน และทุกคนคลิกที่ผลลัพธ์ที่สองแทนที่จะเป็นผลลัพธ์แรก เพราะถ้าผลลัพธ์ที่สองมีความเกี่ยวข้องมาก ไม่สำคัญว่าผลลัพธ์แรกจะมี SEO ที่ดีกว่าหรือไม่ พวกเขาจะไม่สนใจมัน ซึ่งมันจะเป็นการแสดงให้เห็นว่า ผลลัพธ์ที่สอง มักมีความเกี่ยวข้องมากกว่าและผลลัพธ์ที่สองควรเป็นอันดับหนึ่งเสมอ

 

คำถามที่มีแนวโน้มจะเพิ่มอัตราการคลิกผ่านมากกว่า 10% ตาม Clickflow

- เพิ่มปีท้ายชื่อ เช่น อัปเดตในปี 2020

- คุณสามารถทำสิ่งที่คุณถามคำถามในแท็กชื่อของคุณ เช่น SEO คืออะไร

- การตลาดดิจิทัล คืออะไร

- คำถามที่ช่วยกระตุ้นความอยากรู้ของคน เช่น 7 ประโยชน์ของชาเขียว

 

2. สร้างหัวข้อแยกต่างหาก สำหรับ Social Media และ SEO

     ในข้อแรก คือการปรับพาดหัวหรือแท็กชื่อของคุณ เพื่อให้คุณสามารถเพิ่มอัตราการคลิกผ่าน Google และเพิ่มอันดับของคุณ แต่สำหรับข้อนี้ นี่คือทุกสิ่งที่เราหาเจอใน Google เพราะสิ่งที่ Social Media ชอบ คือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ Google ชอบ ดังนั้นคุณต้องสร้างชื่อแยกต่างหาก สำหรับ SEO

 

3. คิดเนื้อหาใหม่ที่สดใหม่มากขึ้น

     เมื่อคุณอัปเดตเนื้อหาเก่าของคุณไป ก็จะทำให้มีข้อมูลใหม่เพิ่มขึ้น ถึงแม้จะเพียงแค่สองสามคำ แต่การอัปเดตเนื้อหาเก่าในทางที่ดี ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าลิงก์มีการปรับปรุง ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาหรือไม่ เพราะบางที Google อาจไม่อัปเดตให้คุณ เพราะมีความคล้ายกับเนื้อหาเก่ามากเกินไป

 

4. การปรับเวลาบนเว็บไซต์

     ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับตัวชี้วัดของผู้ใช้ ซึ่งอัตราการตีกลับของเวลาบนเว็บไซต์ คืออัตราการคลิกผ่านของ Google ทุกสิ่งเหล่านี้ สามารถส่งผลกระทบต่อการจัดอันดับได้

 

5. โหลดไฟล์ HTML ของคุณจาก CDN

     เราทุกคนต่างรู้กันแล้วว่า ความไวของหน้าเว็บไซต์ มีความสำคัญต่อการจัดอันดับของ Google ยิ่งหน้ากระดาษของคุณโหลดเร็วมากเท่าไหร่ คุณก็จะได้อันดับที่สูงขึ้นมากเท่านั้น ยิ่งหากคุณปรับความเร็วในการโหลดมือถือของคุณให้ดีขึ้น ด้วย CDN คุณก็จะสามารถใช้สิ่งต่างๆ เช่น CloudFlare เพื่อให้พวกเขาโฮสต์ไฟล์ HTML ของคุณ เพื่อคุณสามารถกระจายข้อมูลไปได้ไวยิ่งขึ้น

 

6. LSI และความตั้งใจในการค้นหา

     อย่าเน้นที่คำหลักที่มีปริมาณการค้นหาสูงสุด ควรเน้นคำหลักและคำศัพท์ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายของคุณ ง่ายๆ คือ คิดว่า ฉันอยากมีผู้เยี่ยมชมสัก 1000 คน พร้อมที่จะซื้อผู้เข้าชมมากกว่า 100000 คนเข้ามา และก็ออกไป เพราะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของคุณ

 

7. เพิ่มวิดีโอเป็นสองเท่าของ YouTube SEO

     วิดีโอ YouTube SEO นั้นแตกต่างจาก Google SEO ซึ่งเมื่อคุณถูกจัดอันดับ คุณมักจะถูกจัดอันดับภายใน 24 - 48 ชั่วโมงแรกที่คุณอัปโหลด ผู้ชมโดยทั่วไป สามารถรับชมวีดีโอของเราได้ ซึ่งตอนนี้ วิดีโอกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น หากคุณมีการอัปโหลดมากขึ้นเป็นสองเท่ากว่าปกติ การตอบรับด้านความสนใจจะมากขึ้นอย่างแน่นอน

 

     ผลการทดสอบของการทำ SEO ประจำปี 2020 หากเราทำการทดสอบตามเทคนิคเหล่านี้ได้เรื่อยๆ รับรองว่าแบรนด์ธุรกิจของคุณ จะต้องมีผลตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แรงจะไม่ตกลงอย่างแน่นอน สามารถติดตาม Content ดีๆ เกี่ยวกับการทำ SEO ได้ที่ seolnwza

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก chessstudio

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

- การทำ SEO ต้องพบกับอุปสรรคอะไรบ้าง?

- ร้านค้าออนไลน์ ทำไมจำเป็นต้องใช้ SEO

Created : 29-01-2020

บทความที่น่าสนใจ

Yahoo Japan เตรียมควบกิจการ LINE รุกตลาด E-Commerce

มือใหม่หัดทำ SEO