การคลัง เตรียมภาษี นำเข้าสินค้าออนไลน์ มูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ เตรียมภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์มูลค่าต่ำกว่า1,500บาท

บทความ www.seolnwza.com



กระทรวงการคลัง มีแนวคิดที่จะเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซ การนำเข้า สินค้าออนไลน์ จากต่างประเทศ เพื่อน้ำมาขายต่อ โดยมีเกณฑ์ เสียภาษี 7% เริ่มตั้งบาทแรก

 

     เว็บไซต์เดลินิวส์ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา มีรายงานจากกระทรวงการคลัง ว่าสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ( สศค. ) มีการประชุมร่วมกับกรมสรรพากร และกรมศุลกากร ให้มีการพิจารณาการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ( VAT ) 7% ต่อสินค้านำเข้า ที่มีราคาต่ำกว่า 1,500 บาท

     เนื่องจากในปัจจุบันมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านการตลาดรูบแบบใหม่ E-commerce จากร้านค้าต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น มากกว่าแสนรายการต่อวัน และในสินค้าบางชนิดมีการแฝงราคาที่ต่ำกว่าปกติเพื่อเลี่ยงภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม และยังพบสินค้าที่มาตรงตามรายการ แต่ก็ยังมีบางรายการที่มีการส่งแยกชิ้นเพื่อเลี่ยงภาษี เพื่อให้เกิดช่องโหว่ในการเก็บภาษีและความไม่เป็นธรรม

     ทั้งนี้ได้มีการกำหนดเริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้า และเร่งให้มีผลในเดือน กรกฎาคม 2562 และจะมีการจำแนกกลุ่มสินค้าตามภาษี โดยสินค้าที่มีราคาต่ำกว่า 1,500 หากใช้ส่วนตัวจะได้รับการยกเว้นภาษี แต่หากนำเข้าเพื่อการค้า ก็จะต้องเสียภาษีตามกำหนด

 

          อัตราเสียภาษีนำเข้า สินค้าออนไลน์

     หากพูดภาษีนำเข้า แน่นอนว่าแต่ละชนิดจะเสียภาษีไม่เท่ากัน ซึ่งจะถูกกำหนดโดยกรมศุลกากร ทุกครั้งที่มีพัสดุเข้ามาจากต่างประเทศจะต้องผ่านการประตรวจประเมินราคา จากนั้นจะส่งใบเรียกเก็บภาษีไปยังผู้รับ เพื่อมาชำระ และรับของที่ไปรษณีย์ มาดูกันว่า สินค้าที่คนไทยนิยมสั่งของจากต่างประเทศ อัตราเสียภาษีนำเข้าเท่าไรกันบ้าง

กระเป๋า อัตราเสียภาษีนำเข้า 20%

นาฬิกา อัตราเสียภาษีนำเข้า 5%

เครื่องสำอาง อัตราเสียภาษีนำเข้า 30%

น้ำหอม อัตราเสียภาษีนำเข้า 30%

เข็มขัด อัตราเสียภาษีนำเข้า 30%

รองเท้าผ้าใบ อัตราเสียภาษีนำเข้า 30%

 

          VAT คืออะไร ?

     VAT ก็คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเก็บจากการซื้อ-ขายหรือให้บริการ โดยผู้ที่จะต้องชำระค่า VAT ก็คือ ‘ผู้บริโภค’ เพราะว่าคนขายหรือผู้ให้บริการไม่ได้มีหน้าที่ในการจ่าย VAT

     อธิบายให้ชัดเจนคือ VAT เป็นภาษีที่เราทุกคนต้องจ่าย เช่นสินค้าในร้านสะดวกซื้อทุกอย่างได้มีการ บวก VAT ไปเรียบร้อยแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัว หรือบางร้านอาหารจะมีการเขียนว่า VAT 7 % ภายในบิล โดย VAT ที่เราจ่ายไป จะเข้าไปสู่ภาครัฐแล้วนำไปบริหารส่วนต่าง ๆ ของประเทศ

 

          วิธีการคำนวณอากรนำเข้าสินค้า

     ไม่ว่าชิปเม้นท์จะเป็นของขวัญหรือไม่ก็ตาม ชิปเม้นท์นั้นต้องผ่านพิธีการศุลกากรขาเข้า ตามที่ศุลการกรในประเทศปลายทางกำหนด ชิปเม้นท์จะต้องสำแดงต่อศุลกากรโดยพิจารณาจากข้อมูลต่าง ๆ เช่น ประเทศต้นทาง มูลค่า และปริมาณ แต่ไม่ใช่วัตถุประสงค์ในการส่งสินค้า ชิปเม้นท์ที่ต้องเสียอากรจะต้องทำการชำระภาษี ซึ่งเป็นภาษีศุลกากรหรือภาษี/ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บสำหรับสินค้าเมื่อขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ

     การคำนวณภาษีอากรขึ้นอยู่กับมูลค่าที่ประเมินได้ของชิปเม้นท์ที่ต้องเสียภาษี สำหรับวัตถุประสงค์ของการคำนวณนี้ สินค้าที่ต้องเสียภาษีจะได้รับรหัสการจำแนกประเภทที่เรียกว่า Harmonized System code ( ระบบนี้ได้ถูกกำหนดขึ้นโดยองค์การศุลกากรโลก และยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง )

 

สูตรคำนวณ

ค่าสินค้ารวมค่าส่ง x อัตราภาษีนำเข้า (%)  = ภาษีนำเข้า

ค่าสินค้ารวมค่าส่ง + ภาษีนำเข้า x 7% = ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษีนำเข้า + ภาษีมูลค่าเพิ่ม = ภาษีทั้งหมดที่ต้องจ่าย

  • ภาษีนำเข้า/ภาษีมูลค่าเพิ่มข้ามพรมแดน

     ภาษีของรัฐ/ภาษีมูลค่าเพิ่มจะเรียกเก็บสำหรับสินค้าที่เคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนทางการเมือง ( แม้ว่าจะมีเขตการค้าเสรีอยู่ทั่วโลก ) ภาษีนำเข้า/ภาษีมูลค่าเพิ่มมักเกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง ซึ่งเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจในการควบคุมการค้าระหว่างประเทศ

ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการชำระอากรและภาษีนำเข้า/ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้รับการประเมินแล้ว

  • การชำระอากรและภาษีนำเข้า/ภาษีมูลค่าเพิ่มถือเป็นความรับผิดชอบของผู้รับสินค้า

     แม้ว่าจะให้ผู้ถือบัญชีสามารถเลือกชำระแทนในนามผู้รับสินค้าหลังผ่านพิธีการศุลกากรแล้วก็ตาม ในกรณีนี้ หลังการจัดส่งชิปเม้นท์ ลูกค้าจะได้รับใบแจ้งหนี้จากขนส่งสำหรับค่าอากร และภาษีนำเข้า/ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เราชำระไปในนามของลูกค้าปลายทาง รวมถึงค่าธรรมเนียมการจัดการอีกเล็กน้อย

  • สินค้าที่ซื้อออนไลน์เพื่อใช้ส่วนตัว และเหตุผลในการถูกเรียกเก็บภาษี สินค้าออนไลน์
  • โดยทั่วไปแล้วอากร และภาษีนำเข้า/ภาษีมูลค่าเพิ่มจะไม่รวมอยู่ในราคาของสินค้าที่คุณสั่งซื้อออนไลน์  และอาจไม่รวมอยู่ในค่าจัดส่งที่คุณจ่ายให้กับผู้ค้าปลีกออนไลน์ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นการเฉพาะในเว็บไซต์ของผู้ค้าปลีกออนไลน์ในขั้นตอนการเช็คเอาท์
  • เมื่อสั่งซื้อ สินค้าออนไลน์ สินค้าเหล่านี้บางส่วน หรือทั้งหมดอาจไม่ได้มาจากประเทศที่คุณอาศัยอยู่ ดังนั้นจึงเข้าข่ายสินค้าเสียภาษี ไม่ว่าจะเป็นเป็นภาษีศุลกากรหรือภาษีนำเข้า/ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บสำหรับสินค้าเมื่อขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ
  • เมื่อสินค้าไม่ได้จัดส่งภายในประเทศ ( ภายในประเทศของคุณ ) หรือภายในเขตพื้นที่ศุลกากรเดียวกัน เช่นสหภาพยุโรป คุณมีหน้าที่ชำระอากร และภาษีนำเข้า/ภาษีมูลค่าเพิ่มที่หน่วยงานศุลกากรในท้องถิ่นของคุณเห็นสมควร
  • เพื่อให้มั่นใจว่าคูเรียร์ของ DHL สามารถส่งมอบสินค้าของคุณภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุดหลังจากที่สินค้าเดินทางเข้ามาในประเทศ หรือเขตพื้นที่ศุลกากรของคุณแล้ว DHL จะทำการชำระอากร และภาษีนำเข้า/ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระสำหรับสินค้าในนามของคุณ
  • เมื่อ DHL ได้รับการชำระเงินอากร และภาษีนำเข้า/ภาษีมูลค่าเพิ่มจากคุณเรียบร้อยแล้ว DHL จะส่งสินค้าไปให้คุณ
  • การชำระค่าใช้จ่ายใด ๆ ถ้ามี ขึ้นอยู่กับว่าสินค้านั้นถูกส่งมาจากที่ใด รวมถึงประเภทของสินค้า มูลค่าธุรกรรม และน้ำหนักของสินค้า

 

 

          เทคนิคสั่งของจากต่างประเทศ ไม่เสียภาษีแบบถูกต้อง

1. สั่งของไม่เกิน 1,500 บาท

     สั่งของจากต่างประเทศ คำนวณกันให้ดีเลย  กรมศุลกากรกำหนดราคาสินค้าทุกชนิด มูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษีอากรนำเข้า สำหรับใครที่สั่งสินค้าราคาไม่ถึงวางใจได้เลย สั้งไปโลดดดด

2. สั่งของจากต่างประเทศ ผ่านบริการ  Shipping

     สำหรับคนที่สั่งเกิน 1,500 บาท ให้ใช้บริการ Shipping ระหว่างประเทศ จ่ายแค่ค่าขนส่งอย่างเดียว วางใจเรื่องภาษีคุณไม่ต้องจ่าย เพราะเขาเคลียร์ให้คุณเอง แถมสะดวกสบายมีประกันของหายให้อีกด้วย

 

     อย่างไรก็ดีในส่วนที่เป็นอากรขาเข้ายังได้รับการยกเว้นอยู่เช่นเดิม ตามระเบียบองค์การการค้าโลก ซึ่งจะต้องหารือแนวทางสรุปอีกครั้ง และจะออกหนังสือประกาศกระทรวงการคลัง ภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

Created : 27-05-2019

บทความที่น่าสนใจ

4 วิธี ทำการตลาดด้วย Facebook ให้เจ๋งกว่าคู่แข่ง

Seo ล่วงแน่ถ้ายังไม่แก้สิ่งนี้ในปี 2020


line line