5 กลยุทธ์ทำ Digital Marketing สำหรับธุรกิจ B2C

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ 5 กลยุทธ์ทำ Digital Marketing สำหรับธุรกิจ B2C

บทความ www.seolnwza.com



การตลาด ออนไลน์สำหรับ B2C ( Business to Consumer ) หรือ องค์กรขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งการทำการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจประเภท B2C นี้ ปัจจุบันมีข้อได้เปรียบอย่างมากมาย เพื่อให้มีวิธีตอบสนอง ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

 

B2C : การขายระหว่างเจ้าของธุรกิจสู่ผู้บริโภค B2C หรือ Business – to - Customer การขายผลิตภัณฑ์ จากเจ้าของธุรกิจสู่ผู้บริโภค ซึ่งก็คือ การขายสินค้าในรูปแบบร้านค้าออนไลน์ ที่รับสินค้าจากผู้ผลิตมาวางขาย ให้ลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อได้ตามชอบใจ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายสินค้าต่าง ๆ รวมถึงการเปิดร้านค้าขายสินค้า บนแพลตฟอร์มออนไลน์ นั่นเอง  

 

คุณสมบัติหลัก ของธุรกิจ B2C

ราคาเดียวไม่ต้องต่อรอง – หากเทียบกับธุรกิจที่ขาย ให้กับธุรกิจด้วยการ หรือขายให้กับภาครัฐ เราก็คงเห็นว่าผู้บริโภคส่วนมาก ไม่ค่อยต่อราคาเวลาซื้อของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาซื้อของ ไม่กี่ชิ้น หรือ ของราคาถูก เช่น คุณคงไม่ไปต่อราคาน้ำเปล่าในเซเว่น

กระบวนการตัดสินใจที่สั้น – เวลาที่ใช้ในการตัดสินใจส่วนมากจะขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า และ ราคาของสินค้า โดยรวมแล้ว หากเป็นของราคาถูก ก็คงตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่า แต่หากเทียบกับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ ที่ต้องมีการเซ็นอนุมัติแล้ว ก็มีการยื่นเรื่องเข้าห้องประชุม เราก็จะเห็นได้ว่าผู้บริโภคทั่วไปตัดสินใจซื้อ ได้อย่างรวดเร็ว หากจะแปลในเชิงธุรกิจก็คือ ไม่จำเป็นต้องมีเซลล์ ในการติดต่อพูดคุยกับลูกค้าในระยะยาว

มีลูกค้าหลายคนมาก ๆ – เวลาที่ร้านค้าขายของให้กับกลุ่มผู้บริโภค ส่วนมากก็จะเป็นการซื้อจำนวนน้อยทีละไม่กี่ชิ้น โดยรวมแล้วธุรกิจเหล่านี้ต้องขายของ ให้กับลูกค้าให้ได้หลายคน เพื่อให้จำนวนของการสั่งซื้อโดยรวมมีเยอะมากขึ้น เพื่อให้เกิดกำไร และ เงินหมุนในธุรกิจ การที่จะบริการลูกค้าให้ได้หลาย ๆ คนก็ต้องมีการสร้างระบบที่ดี ( ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วย )

สามารถสังเกตผู้บริโภคได้ง่าย – ธุรกิจแนวนี้เป็นธุรกิจ ที่อยู่ใกล้ผู้บริโภคมากที่สุด เพราะว่าแต่ละวัน ก็ต้องมีการขายของ และ การพูดคุยกับผู้บริโภคเรื่อย ๆ โดยรวมแล้ว ธุรกิจแบบนี้จะปรับตัวได้เร็ว เรียกได้อีกอย่างหนึ่งก็ คือ เป็นธุรกิจปลายน้ำ

 

กลยุทธ์ที่ 1 เข้าใจ และ เข้าถึงกลุ่มผู้ชมเป็นอย่างดี

ก่อนที่จะสื่อสาร กับกลุ่มผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษา และทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มว่าที่ลูกค้าของเรา โดยในขั้นแรกคุณจะต้องทำ Buyer Persona เพื่อให้ทีมงานทราบว่าใคร คือ กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง โดยเริ่มจากการค้นหาข้อมูลเบื้องต้น เช่น เพศ , อายุ , ที่อยู่อาศัย , การศึกษา , ที่ทำงาน และความชอบ เป็นต้น จากนั้นให้คุณเริ่มต้นที่การตั้งคำถามว่า พวกเขาเหล่านั้นมีพฤติกรรมอย่างไร เกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่ท่านทำอยู่

 

กลยุทธ์ที่ 2 สร้างแบรนด์เป็นของตนเอง

ในปัจจุบันเจ้าของธุรกิจ จำเป็นที่จะต้องมี Owned Media เป็นของตนเอง เพื่อเป็นการสร้างการจดจำ และนอกจากนั้น ยังสามารถช่วยลดต้นทุน ในการทำการตลาดออนไลน์ ได้เป็นอย่างมากอีกด้วย ซึ่ง Social Media ที่แนะนำในการเริ่มต้นทำก็คือ Facebook Fanpage และ นอกจากนั้น Facebook ยังสามารถลงโฆษณา ได้อย่างแม่นยำ ละเอียด และวัดผลได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

กลยุทธ์ที่ 3 ใช้ประโยชน์จาก Content ที่ผู้ชมสร้างขึ้น

หมดยุคสมัย ของการสื่อสารแบบด้านเดียว ดังนั้น สิ่งที่เจ้าของแบรนด์จะต้องทำ ไม่ใช่การเดาสุ่มเหมือนสมัยก่อน แต่สามารถฟังได้จากเสียง ของผู้บริโภคได้โดยตรง สามารถค้นหาความต้องการ แล้วค่อยผลิตสินค้า หรือบริการ เพื่อตอบสนองพวกเขาเหล่านั้นก็ยังไม่สาย

 

กลยุทธ์ที่ 4 การตอบสนอง ต่อความคิดเห็นเชิงลบ Social Crisis

คือ วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้บนโกลออนไลน์ หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทีนท่วงที ซึ่งอาจแบ่งวิกฤตออกเป็น 2 รูปแบบ คือ วิกฤตแบบเร่งด่วนที่ต้องได้รับ การแก้ไขทันที หรือ เกิดจากปัญหาเล็กน้อยที่ไม่ได้รับ การแก้ไข จนเกิดการลุกลามกลายเป็น วิกฤตในภายหลัง

 

กลยุทธ์ที่ 5 สร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ การสร้าง Owned Media

เป็นของแบรนด์เองนั้น เปรียบเสมือนช่องทางที่เปิดโอกาสให้ทั้งแบรนด์ และผู้บริโภคสื่อสารกันได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง ออนไลน์ ที่ทางแบรนด์มี Content ที่ดีและ เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ชม

 

ธุรกิจ B2C ในไทยมีอะไรบ้าง

ร้านขายของปลีก – รวมไปถึงร้านขายของชำ ร้านโชห่วยต่างๆ ร้านขายเสื้อผ้าในห้าง หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อเจ้าใหญ่ๆอย่าง 7-11 และร้านขายคอมพิวเตอร์ในห้างเป็นต้น

โรงแรม – หมายถึงการเปิดโรงแรมให้คนสามารถเข้ามาพักได้ (ซึ่งจริงๆโรงแรมหลายที่ก็มีตัวเลือกให้ลูกค้าธุรกิจมาพักได้เหมือนกัน ให้ราคาที่ถูกกว่าเพราะจองหลายห้องเป็นต้น)

ร้านอาหาร – ร้านอาหารส่วนมากก็จะขายผู้บริโภคโดยตรง อาจจะเป็นคนที่เข้ามากินข้าวคนเดียว หรือผู้บริโภคที่จองโต๊ะที่ละ 10 คน เช่นเดียวกัน ธุรกิจร้านอาหารบางที่ก็ให้บริการลูกค้ากลุ่มธุรกิจด้วยกันเองได้

สถานที่บริการต่างๆ – รวมถึงธุรกิจหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นร้านตัดผม ร้านเสริมสวย ร้านทำเล็บ หรือแม้แต่คลินิกและโรงพยาบาล นอกจากนั้นแล้วก็รวมถึงธุรกิจเจ้าใหญ่ยัง True Dtac Ais ที่ให้บริการทางโทรคมนาคม

ธุรกิจขายของออนไลน์ปลีก – หมายถึงร้านที่ขายของออนไลน์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นผ่านเว็บไซต์หรือว่าผ่าน Social Media ต่างๆ

ธุรกิจให้บริการออนไลน์ – หมายถึงธุรกิจที่ขายโปรแกรมต่างๆ และธุรกิจที่ทำบริการต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ให้ลูกค้าสามารถฟังเพลงดูหนังออนไลน์ได้ หรือให้ลูกค้าซื้อโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแต่งภาพต่างๆ หากคุณเคยเสียเงินซื้อแอปพลิเคชั่นมือถือก็เท่ากับว่าคุณได้ใช้บริการออนไลน์แล้ว

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก stepstraining

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Traffic ตกทำอย่างไรดี

รับทำ SEO

 

Created : 21-11-2019

บทความที่น่าสนใจ

อยากทำ คอนเทนต์ให้คนสนใจ

ช่วงเวลาสำคัญมากต่อการโพสต์


line line