สาเหตุที่ ธุรกิจ ไม่ควรคิดและทำคอนเทนต์เหมือนสื่อ

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ สาเหตุที่ ธุรกิจ ไม่ควรคิดและทำคอนเทนต์เหมือนสื่อ

บทความ www.seolnwza.com



คุณเห็นเว็บไซต์ที่เป็นสื่อทำคอนเทนต์ดี ๆ มากมาย และ อยากที่จะทำให้ได้แบบพวกเขา ในบทความนี้จะอธิบายเหตุผลว่าทำไมธุรกิจถึงไม่ควรคิด และ ทำเหมือนสื่อ รวมถึงมาแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่า ธุรกิจควรคิด และทำอย่างไร

 

สาเหตุ ที่ธุรกิจไม่ควรคิด และ ทำคอนเทนต์เหมือนสื่อ

1. เป้าหมายของธุรกิจ กับเป้าหมายของสื่อต่างกัน

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสื่อ คือ จำนวนผู้ชมที่เข้ามาเห็นคอนเทนต์ที่พวกเขาผลิต ( ไม่ว่าจะเป็นยอด View บนเว็บไซต์หรือยอด Engagement บน Social ) สาเหตุนั้นเป็นเพราะว่า จำนวนผู้ใช้ นั้นคือ สินค้า ของพวกเขา

ยิ่งมีจำนวนผู้ชมมาก สินค้ายิ่งมีมูลค่ามาก แต่ธุรกิจโดยทั่ว ๆ ไปนั้นต่างออกไป สินค้าที่ธุรกิจขายนั้นไม่ใช่ จำนวนผู้ชม แต่อาจจะเป็นสิ่งอื่น เช่น อาหาร เสื้อผ้า เครื่องจักร หรือ อะไรก็แล้วแต่

เพราะฉะนั้น การที่ธุรกิจสามารถทำ คอนเทนต์ ให้มีผู้เข้าชมได้เป็นจำนวนมาก อาจจะไม่ได้ตอบเป้าหมายทางธุรกิจเสมอไป

 

2. ธุรกิจ มีเวลาทำ คอนเทนต์ ที่จำกัดกว่าสื่อ

สำหรับสื่อ การทำคอนเทนต์ คือ หนึ่งในเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าไม่มี คอนเทนต์ ที่น่าสนใจก็จะไม่มีผู้เข้าชม

แต่สำหรับธุรกิจนั้นต่างออกไป การทำคอนเทนต์นั้น ไม่ใช่งานส่วนใหญ่ของธุรกิจ แต่เวลาส่วนใหญ่นั้น จะต้องเอาไปใช้กับเรื่องอื่น เช่น การผลิตสินค้าให้ดี การบริการหลังการขาย และ อื่น ๆ

ยิ่งธุรกิจโยกเวลา มาให้การผลิต คอนเทนต์ มากเท่าไหร่ หมายความว่า ทรัพยากรในด้านอื่น ๆ ก็จะยิ่งลดลงมากเท่านั้น

 

3. ทีมงานของธุรกิจ กับสื่อ มีความสามารถที่ต่างกัน

สำหรับสื่อ ทีมงานของพวกเขาเต็มไปด้วย นักสร้างคอนเทนต์มือฉมัง ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักออกแบบ นักตัดต่อวีดีโอ หรือ นักสัมภาษณ์ แต่สำหรับธุรกิจโดยทั่ว ๆ ไปแล้วอาจจะไม่ได้ มีทรัพยากรตรงส่วนนี้มากนัก บริษัทที่เป็นสายวิศวกรรม ก็จะมีคนสายวิศวกรรมอยู่มาก บริษัทสายสถาปัตยกรรม ก็จะมีคนสายสถาปัตยกรรมอยู่มาก

 

เพราะฉะนั้น การจะไปทำให้ คอนเทนต์ ที่สร้างออกมานั้น ดัง! ปัง! โดน! อย่างสม่ำเสมอแบบสื่อ ก็อาจจะทำได้ยาก นี่คือ 3 เหตุผลว่าทำไมธุรกิจจึงไม่ควรคิด และ ทำเหมือนสื่อ แล้วถ้าไม่ทำคอนเทนต์ เหมือนสื่อ ธุรกิจควรคิด และ ทำแบบไหน

 

1. เน้นทำคอนเทนต์ที่ Relevant

สมมุติว่า บริษัทของคุณ ขายบริการทางด้านกฏหมายธุรกิจ อยู่มาวันนึงเกิดมีเรื่องราว Talk of the Town เกี่ยวกับเรื่องกฏหมายมรดก ( เช่น กรณีละครเรื่องเลือดข้นคนจางที่ฮิตติดลมบนทั่วบ้านทั่วเมือง )

ถ้าเป็นสื่อ การเอาเรื่องกฏหมายมรดกมาขยี้ต่อนั้น ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ และ ควรทำเพราะสื่อต้องการยอด Engagement ยอด View ที่จะเอาไปขายต่อ

แต่ถ้าสำหรับธุรกิจของคุณ ที่ขายบริการทางด้านกฏหมายธุรกิจ การที่คุณทำคอนเทนต์ เรื่องกฏหมายมรดกอาจจะทำให้คอนเทนต์ของคุณมียอด Engagement และ เรียกคนมาสนใจได้มากกว่าปกติ แต่มีแนวโน้มว่า คนเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้ว อาจจะไม่ได้เป็น Lead หรือ ลูกค้ามุ่งหวังของคุณ

ในความเห็นของผม การทำคอนเทนต์ที่ตรงประเด็น คนเห็นแค่หลักร้อยคน แต่ในร้อยคนนั้นมี Lead อยู่สัก 10 คนนั้น ดีกว่าการทำคอนเทนต์ปัง ๆ โดน ๆ คนเห็นเป็นหมื่นเป็นแสน แต่มี Lead อยู่แค่ 1 - 2 คน หรือ ไม่มี Lead ของคุณอยู่ในนั้นเลยมากนัก

 

2. เน้นทำคอนเทนต์ที่ Evergreen

Evergreen Content คือ คอนเทนต์ที่ไม่เสื่อมค่าตามกาลเวลา เช่น คอนเทนต์ที่แก้ไข หรือ ตอบปัญหาให้คน สำหรับสื่อแล้ว Topical Content เป็นรูปแบบ คอนเทนต์ ที่พวกเขาต้องนำเสนอเพราะนั่น คือ หนึ่งในหน้าที่หลักของพวกเขา ( สื่อสารเรื่องราวความจริงให้สังคม )

แต่สำหรับธุรกิจที่โฟกัสหลัก ไม่ใช่การผลิต และ นำเสนอคอนเทนต์ การเอาแรงไปโฟกัสที่ Evergreen Content จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว

ถ้าคุณเลือกหัวข้อมานำเสนอให้ดี และ ทำคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์คน คอนเทนต์เพียงแค่คอนเทนต์เดียว ของคุณอาจจะนำมา ซึ่งโอกาสทางธุรกิจ มากกว่าที่คุณคาดไว้ก็ได้

 

3. วาง Editorial Calendar Funnel ให้ดี

ถ้าเป็นสื่อ สิ่งที่พวกเขาจะโฟกัสคือการวาง Editorial Calendar เพื่อให้พวกเขาสามารถคุมธีมของคอนเทนต์ และผลิตคอนเทนต์ออกมาได้ตามเวลา ที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ

แต่สำหรับธุรกิจ ที่คอนเทนต์อาจจะไม่ได้ออกมาบ่อย ๆ การสร้าง Editorial Calendar อาจจะไม่ได้สำคัญเท่าการวาง Funnel ให้ดี

การวาง Funnel คือการสร้างกรวยทางเดินให้กับ Leads โดยที่เริ่มตั้งแต่การหา Traffic เข้ามา จนกระทั่งพวกเขากลายเป็นลูกค้าของคุณ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก contentshifu

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การทำตลาดออนไลน์ให้ทันยุค

รู้ได้ไงว่าเราจะใกล้ประสบความสำเร็จ

 

 

 

Created : 05-11-2019

บทความที่น่าสนใจ

วิธีการรับมือ หรือแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่

อัพเดต Google Algorithm ระหว่าง ปี 2010 - 2020


line line