Share : wiki wiki wiki wiki

Wiki Marketing - Blog



Blog คืออะไร ?

     ในการทำการตลาดดิจิทัล โดยจะมีการปรับปรุงเนื้อหาที่เป็นลายลักษณ์อักษรรวมทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เพลง และวีดีโอใหม่ ๆ เป็นประจำลงใน Blog หรือ Weblog ( เว็บบล็อค ) ที่ถือเป็นเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง โดยเนื้อหาเหล่านี้จะช่วยดึงดูดผู้เข้าชมรายใหม่ ๆ ให้เข้ามาบนเว็บไซต์หลักของคุณ โดยไม่ต่างจากเว็บไซต์ทั่วไป ซึ่งลำดับข้อมูลการเขียนจะเรียงข้อมูลใหม่ ๆ อยู่ด้านบนสุด ของเก่าจะเลื่อนไปอยู่ด้านล่าง 

     Blog ( บล็อก ) คือ เว็บไซต์ที่เป็นอีกรูปแบบหนึ่งมีลักษณะรูปร่างหน้าตาคล้ายกับการเขียนบันทึกส่วนตัว เป็นที่นิยมกันมากเพราะเป็นการใช้งานฟรี ซึ่ง Blog เป็นเหมือนการบันทึกข้อมูลลงบนเว็บ ซึ่งจุดเด่นสำคัญของ Blog คือ จะมีระบบที่ผู้อ่านและผู้เขียนที่สามารถแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนได้โดยผ่านทางคอมเม้นท์ โดยผู้เขียนที่เป็นมืออาชีพจะถูกเรียกว่า "บล็อกเกอร์"

     การทำ Blog เป็นการเขียนเพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ นำเสนอสิ่งที่น่าสนใจ สามารถแชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือแบ่งปันให้กับคนอื่น ๆ ได้ หรือจะใช้บล็อกในการโปรโมทธุรกิจ ร้านค้า รวมทั้งบริการต่าง ๆ ซึ่งการทำ Blog มีอิสระที่จะนำเสนอสิ่งต่าง ๆ โดยได้เปิดโอกาสให้เจ้าของ Blog ได้รับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าชม และโต้ตอบกลับได้อย่างอิสระ ทำให้เป็นช่องทางที่นิยมใช้ในการหารายได้

 

จุดเด่นการใช้งานจาก Blog                                                                                                             

- เป็นแหล่งความรู้ : ผู้เขียน Blog จะต้องหาข้อมูลและทำการอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อ่าน เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาอ่าน หาความรู้ หรือแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ผู้อ่านได้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะ Blog เป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ผู้อ่านหาข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย

- ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องโปรแกรม : แม้ไม่มีความรู้ในด้านภาษาโปรแกรม ก็สามารถทำ Blog ได้ หรือหากมีความรู้ด้านภาษาเว็บพื้นฐานอย่าง HTML ก็จะทำให้เข้าไปแก้ไข Source Code ได้ง่ายขึ้น

- เป็นที่ติดต่อสื่อสาร : เมื่อมีผู้สนใจในเนื้อหาในเกี่ยวกับข้อมูลใน Blog อาจมีข้อสงสัย ทำให้สามารถเขียนคอมเม้นต์ถามเพื่อต้องการให้ผู้เขียนอธิบาย หรือตอบปัญหาดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดได้

 

 

ประโยชน์ของ Blog

1. ใช้เป็นเครื่องมือสร้างความรู้

     การเขียน blog สำหรับบันทึกเรื่องราว  ข่าวสาร  ความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ในสิ่งที่ผู้เล่าสนใจ เป็นการถ่ายทอดสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในสมองลงสู่ตัวหนังสือการเขียนต้องมีอิสระทางความคิดในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเอง จะช่วยอำนวยให้การดึงเอาความรู้ฝังลึกถูกแสดงออกมาได้โดยไม่ยากนัก และการเขียน blog อยู่เป็นประจำก็จะสามารถนำมาสู่การสร้างขุมความรู้  ( Knowledge  Assets ) อย่างต่อเนื่อง และเป็นระบบ การเก็บรวบรวมและการแก้ไขหรือเพิ่มเติมความรู้ก็ทำได้โดยสะดวก รวดเร็ว

2. เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ความรู้

     โดยหลักการของ blog คือ การเผยแพร่เรื่องราวที่ผู้เขียนเขียนไว้บน blog เพื่อแสดงตัวตนของผู้เขียนออกสู่สาธารณชนซึ่งนั่นหมายถึง blog ย่อมมีความสามารถในการสนับสนุนการเข้าถึงความรู้ได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ทันทีที่ผู้เขียนมีการเพิ่มเติมหรือแก้ไขความรู้ที่มีอยู่บน blog ไฟล์ RSS ก็จะทำการดึงเอาเนื้อหานั้น ๆ มาใส่ไว้ในไฟล์ด้วยทันที

3. เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนความรู้

     การเขียน blog จะอนุญาตให้ผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็นต่อความรู้ที่ผู้เขียนถ่ายทอดลงไปใน blog และผู้เขียนได้เขียนโต้ตอบต่อความคิดเห็นนั้น ๆ ในลักษณะของการสนทนาเพื่อหาความแตกฉานในตัวความรู้ ถือได้ว่าเป็นการร่วมกันสกัดความรู้ฝังลึกได้อย่างดี

4. เป็นเครื่องมือในการค้นหาความรู้ ผู้ชำนาญการ และชุมชนปฏิบัติ

     การเขียน และอ่าน blog เป็นวิธีการค้นหาความรู้ ช่วยให้ค้นพบผู้มีความรู้ความชำนาญในด้านต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะโดยการเขียน blog ที่มักอ้างถึง blog อื่น ๆ โดยการโยงลิงค์ไปหาบทความหรือบันทึกนั้น ๆ อีกทั้งลิงค์ที่ผู้เขียนบรรจุไว้ใน blog ซึ่งอยู่นอกตัวบทความ หรือการร่วมเป็นสมาชิกของ blog ชุมชน

5. เป็นเครื่องมือในการรวบรวม และแยกแยะประเภทของความรู้ สกัดแก่นความรู้ และสร้างความสัมพันธ์ของความรู้

     วิธีการหนึ่งที่ระบบ blog โดยทั่วไปนำมาใช้ในการรวบรวมและแยกประเภทของของบันทึก คือการให้ผู้เขียนระบุหมวดหมู่หรือคีย์เวิร์ดของบันทึกนั้น ๆ ไว้ ซึ่งบันทึกหนึ่ง ๆ อาจมีความเหมาะสมในการแยกหลายหมวดหมู่ ถือเป็นการสกัดแก่นความรู้จากขุมความรู้ โดยที่ตัวผู้เขียนเอง อาจจะดึงเอาคีย์เวิร์ดของชุมชนที่ถูกรวบรวมผู้ใช้หลายคน

6. เป็นเครื่องมือในการสร้างลำดับความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องของความรู้

     โดยผู้นำเอาความรู้นั้นไปใช้ สิ่งที่นักปฏิบัติด้านการจัดการความรู้อยากให้เกิดขึ้นภายหลังจากการที่ได้มีการจัดการความรู้ ก็คือ การที่มีผู้อื่นนำเอาความรู้นั้น ๆ ไปใช้ให้เกิดผล และนำผลมาปรับปรุงความรู้เดิมให้เกิดความรู้ตัวใหม่ หรือทำให้ความรู้นั้น ๆ มีความถูกต้องมีหลักฐานที่วัดได้ทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ระบบ blog ประกอบกับเทคโนโลยีในการพัฒนาเว็ปในปัจจุบัน สามารถสร้างระบบ Rating หรือระบบการจัดลำดับความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องของความรู้หนึ่ง ๆ ได้โดยตรงจากผู้อ่าน blog  ซึ่งอาจจะเป็น ผู้ที่ได้นำเอาความรู้นั้น ๆ ไปใช้เองอีกด้วย หรือการแสดงสถิติต่าง ๆ ของ blog เช่น บันทึกที่ได้รับการแสดงข้อคิด เห็นมากที่สุด หรือ บันทึกที่มีผู้อ่านมากที่สุด ก็สามารถเป็นเครื่องมือพิสูจน์ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องของความรู้ได้ในระดับหนึ่งด้วยเช่นกัน

7. ใช้เป็นเครื่องมือแสดงรายละเอียดของแก่นความรู้อย่างเป็นระบบ

     ในปัจจุบันระบบ blog ถือว่าเป็นเครื่องมือสำหรับเสริมสร้างประสิทธิภาพในการเล่าเรื่อง ซึ่งถือเป็นเทคนิคที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในการจัดการความรู้ แต่เพื่อที่จะสกัดความรู้ฝังลึกที่มีความซับซ้อน การใช้เทคนิคการเล่าเรื่องเพียงอย่างเดียว หรือการร่วมช่วยกันเล่าก็ตาม ก็อาจจะยังไม่สามารถสกัดเอาความรู้ออกมาได้หมด เพราะความสับสน และความไม่มีรูปแบบในตัว ของความรู้เอง

8. เป็นศูนย์ความรู้ขององค์การ

     เพราะให้พนักงาน และบุคลากร แต่ละคนเขียน blog ส่วนตัวไว้ หากพนักงาน และบุคลากรท่านนั้นลาออกไป ความรู้ยังคงอยู่ที่องค์กรให้รุ่นน้องศึกษาไปโดยการถ่ายทอด หรือแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเฉพาะ  Tacit  Knowledge เขียนออกมาเป็น “เรื่องเล่า”

 

สรุปการทำ Blog

     การทำ Blog จะมีทั้งการเขียนเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป อาจให้อารมณ์เหมือนการเขียนไดอารี่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ มีการเผยแพร่ผลงานที่จะนำเสนอให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์มากที่สุด สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามต้องการเพราะมี Template ให้เลือกใช้มากมาย โดยการทำ Blog สามารถใช้งานได้ฟรี!! และ Server มีความเสถียรสูง

     การทำ Blog ยังสามารถเขียนรีวิวสินค้า ( ซึ่งจะส่งผลต่อโฆษณาที่อาจทำเงินได้หลักหมื่นอัพ ) กลายเป็นอาชีพหลักไปก็ยังได้ และยังสามารถใช้ Blog เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการกระจายสินค้า เกิดเป็นช่องทางสร้างรายได้ซึ่งไม่ว่าจะนำเสนออะไรแค่อาศัยแรงใจ และความชอบจะเห็นผลแน่นอน

Created BY : SEOlnwza