เว็บไซต์ e-commerce SEO ที่ดี เป็นยังไง

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ เว็บไซต์ e-commerce SEO ที่ดี เป็นยังไง

บทความ www.seolnwza.com



เว็บไซต์ e-commerce SEO ที่ดี เป็นยังไง

ปัจจุบันการทำ เว็บไซต์ e-commerce seo ไม่ใช่เรื่องยาก มีเครื่องมือ หรือสามารถจ้างบริษัทอื่น ๆ ทำให้ได้หมด แต่สำหรับใครที่ทำเองก็มีเทคนิค ให้เว็บไซต์ดูสวยงาม ไม่รก ดูดี และเป็นเว็บไซต์ e-commerce ที่ดี

 

วันนี้ seolnwza มีบทความเกี่ยวกับ เว็บไซต์ e-commerce seo เป็นเว็บไซต์ที่ดีเป็นยังไง ด้วยคุณลักษณะที่เราจะน้ำเสนอ ดังต่อไปนี้

 

1. User Experience มอบประสบการณ์ เว็บไซต์ ที่ดีให้แก่ลูกค้า

เร็ว และใช้งานง่าย เป็นหนึ่งในสิ่งที่จะมอบประสบการณ์​ที่ดีให้แก่ผู้ใช้ง่าน ( User Experience ) ความเร็วของ เว็บไซต์ e-commerce seo สำคัญมาก ยิ่งเป็นเว็บไซต์ ที่มีคนใช้งานเยอะ ต้องให้ความสำคั​ญกับความเร็ว และความง่ายต่อการใช้งานด้วย เพราะถ้าเกิดปัญหา โหลดช้า ใช้งานยาก หรือไม่ถูกใจ อาจทำให้ลูกค้าหายไปก็ได้

Google มีทีมวิจัย ให้การยืนยันว่าเว็บไซต์ seo ที่ดี ควรมีความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน โดยคนที่เข้าเว็บไซต์จะใช้เวลาเพียง 0.5 วินาทีเท่านั้น ในการคัดกรองด้วยสายตา ทำให้เว็บไซต์ต้องโหลดเร็ว ไม่ช้า

ใช้งานง่าย เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน เป็นอีกสิ่งที่ผู้ออกแบบ เว็บไซต์ ต้องให้ความสำคัญ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้ โดยเว็บไซต์ต้องคำนึงถึงขนาดที่เหมาะสม รูปลักษณ์ สี และการปรับเปลี่ยนขนาดจอ และปุ่มให้เหมาะกับผู้ใช้งาน ในแต่ละรูปแบบแพลตฟอร์ม

 

2. การจ่ายเงินง่าย สะดวกสบาย

การใช้จ่ายเงิน บนโลกออนไลน์ ถือว่าเป็นเรื่องปกติแล้วในปัจจุบัน แต่การจ่ายนั้นผู้ใช้มักจะคำนึงถึง ความปลอดภัย ความสะดวก และการจ่าย ง่ายแค่ไหน สถิติเกี่ยวกับ e-commerce ปี 2020 ระบุว่า ผู้ที่ใช้จ่ายซื้อของออนไลน์ เลือกที่จะใช้ Credit Card ในการจ่ายเงินกว่า 53% ตามมาด้วยการจ่ายด้วย Digital Payment 43% และ Debit Card 38% จะสังเกตได้ว่าทั้งสามอันดับมีเปอร์เซ็นต์ที่ห่างกันไม่มากนัก ซึ่งช่วยแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในการจ่ายเงินของผู้บริโภค

ซึ่งในไทยเราเว็บไซต์ e-commerce seo ชั่นนำอย่าง Shopee , Lazada , JD รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ ที่รองรับการสั่งสินค้าในออนไลน์ ก็มันจะมีการชำระเงินที่หลากหลาย ครอบคลุมกับการใช้งานของผู้ใช้งาน เพราะถ้าไม่มีการจ่ายแบบที่ลูกค้าต้องการ หรือแบบที่ใช้จ่ายยาก อาจทำให้ลูกค้าหายไปใช้ เว็บไซต์ หรือ แพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้ แพลตฟอร์มอื่นที่สามารถจ่ายได้สะดวกกว่า

 

3. มีสินค้าแบบ Personalize และระบบ Search

ปัญหานี้ มักเกิดกับ เว็บไซต์ หรือ แพลตฟอร์ม ที่มีสินค้ามากมาย การใส่ระบบ Search และ Filter เพื่อช่วยในการเลือก หรือ ค้นหาสินค้า ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ในการอยากซื้อของลูกค้า เพราะช่วยให้ง่ายต่อการซื้อสินค้าด้วย เป็นการแยกสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ ชนิดของสินค้า และเวลาที่สินค้าวางขาย

 

4. Live Chat ตัวช่วยสำหรับ e-commerce seo

ปัจจุบัน การสั่งซื้อของออนไลน์ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา แต่ถ้าเกิดปัญหา ซึ่งสามารถเกิดได้ทุกเมื่อ เว็บไซต์ หรือ แพลตฟอร์มอื่น ควรมี Live Chat เพื่อติดต่อประสานงานกับทีม Support โดยตรงถือ ไม่ว่าจะสอบถามสินค้า หรือการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

การมี Live Chat ช่วยให้ลูกค้าประทับใจมากขึ้นทั้งการแก้ปัญหา และสอบถามสินค้า การใส่ Live Chat ยังส่งผลถึง Conversion Rate โดยสถิติจาก Goinflow ระบุว่าเว็บไซต์ที่มี Live Chat ทำให้เกิด Conversion Rate ถึง 3.84% เลยทีเดียว และคาดว่า 85% ของธุรกิจทั่วโลกจะมีการใช้ Live Chat เข้ามาเป็นส่วนช่วยในปี 2022 อีกด้วย

 

5. มีคู่มือ หรือ คำแนะนำ

การสั่งซื้อผ่าน เว็บไซต์ หรือ แพลตฟอร์ม e-commerce seo สำหรับผู้ใช้ใหม่ควรมี คู่มือ หรือ คำแนะนำ ด้วยเพื่อให้ง่ายต่อผู้ใช้งาน ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน การใส่คำแนะนำสำหรับการสั่งซื้อ หรือวิธีการสั่งซื้อสำหรับผู้ใช้รายใหม่เข้าไปในเว็บไซต์ จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ด้วยเช่นกัน

 

6. ระบบ Security

ความปลอดภัยของ เว็บไซต์ หรือ แพลตฟอร์ม e-commerce มักถูกจู่โจมทางไซเบอร์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดี หากโดนจู่โจม เว็บไซต์ดังกล่าว จึงควรมีการควบคุมความปลอดภัยด้วย เพราะถ้าข้อมูลลูกค้าถูกโจมตี จะไม่ใช่เรื่องที่ดี อาจทำให้ลูกค้าหายไปใช้เว็บไซต์อื่นที่ปลอดภัยได้

การป้องกันหลังบ้าน จาก Hacker ไม่ให้เข้ามาโจมตีได้โดยง่ายจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เว็บไซต์ทุกเว็บควรให้ความสำคัญ ไม่เช่นนั้นนอกจากจะตกเป็นเป้าได้ง่ายแล้ว อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว และส่งผลถึงระบบทั้งหมดภายในเว็บไซต์ของเราด้วย

 

7. การเข้าถึง Social Media

ปัจจุบัน Social Media ถือว่ามีความจำเป็นมาก ต่อการซื้อ ขาย สำหรับลูกค้า เพราะปัจจุบันโลก โซเชียล ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการโปรโมตสินค้า และรีวิวด้วย อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ให้ลูกค้ารู้จักสินค้าได้มากขึ้นอีกด้วย

 

โซเชียลมีเดีย Social Media มีอยู่มากมาย ซึ่งเราสามารถโปรโมทสินค้าได้ทั้ง Facebook, Twitter และ TikTok ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มก็จะมีกลุ่มลูกค้าก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย

 

8. มีหน้า Review

เว็บไซต์ e-commerce ควรมีหน้ารีวิว ทั้งร้านค้าและสินค้า เนื่องจากผู้ซื้อในโลกออนไลน์บางส่วนมีการซื้อตามความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์และรีวิว การสร้างหน้า Review มาโดยตรงก็จะทำให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมในเว็บไซต์มากขึ้น

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO

การเขียน คําโฆษณา SEO ตามหลัก พีระมิดกลับด้าน

 

 

Created : 02-06-2021

บทความที่น่าสนใจ

วิธีการทำให้ Sitelinks แสดงบน Google

ข้อสังเกตแบบไหนที่เราควรออกแบบเว็บไซต์ใหม่


line line