วิเคราะห์ SEO อย่างไร ให้รู้ทันคู่แข่ง

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ วิเคราะห์ SEO อย่างไร ให้รู้ทันคู่แข่ง

บทความ www.seolnwza.com



การที่คุณริเริ่มทำ SEO คุณต้องรู้จักที่จะ วิเคราะห์ SEO เว็บไซต์ของคู่แข่ง ซึ่งถ้าคุณ วิเคราะห์ เป็นก็จะทำให้การทำ SEO ของคุณนั้นยิ่งมีโอกาสชนะ วันนี้เรามีวิธีที่จะทำให้คุณ วิเคราะห์ SEO ได้แบบมีประสิทธิภาพ

 

1. การเตรียมเครื่องมือ SEO

เครื่องมือเริ่มต้นการทำ SEO จะเป็น Extension ฟรีที่อยู่ใน Chrome ของ Google มีอยู่ 3 ตัวหลัก ๆ คือ Alexa Traffic Rank, Mozbar, Lighthouse 3 ตัวนี้จะเอาไว้สำหรับ

 

- เช็คอันดับ Ranking เว็บไซต์

- ดู Keyword ที่มีคนค้นหาเยอะ ๆ

- ดูค่าเฉลี่ยความเร็วของเว็บ

- ดูเว็บไซต์ที่ใกล้เคียงกัน

 

 

2. การเช็คค่าอันดับ Ranking เว็บไซต์

การริเริ่มทำ SEO นั้น Keyword มีความยากง่ายไม่เหมือนกัน การที่คุณสามารถเช็คค่าอันดับ Ranking เว็บไซต์จะทำให้คุณรู้ว่า คุณสามารถสู้กับคู่แข่งได้หรือไม่ การเช็คค่าอันดับ Ranking เว็บไซต์ ต้องใช้ Alexa Traffic Rank เป็นเครื่องมือในการตรวจเช็ค ซึ่งมีวิธีการวิเคราะห์ คือ เปิดเว็บคู่แข่งของเรา จากนั้นให้คลิกตัว Alexa Traffic Rank ซึ่งตัวเลขที่ได้จากอันดับใน Alexa Traffic Rank คือ ยิ่งตัวเลขที่แสดงออกมาน้อย แสดงว่าอันดับยิ่งดี การจัดอันดับเว็บของ Alexa Traffic Rank ไม่ได้วัดที่จำนวน Traffic คนเข้าเว็บอย่างเดียว แต่วัดจาก 3 อย่างดังนี้

 

- Bounce Rate : อัตราส่วนของคนที่เข้ามา ในเว็บไซต์คุณ อยู่แค่หน้าเดียวแล้วปิดไป ในส่วนนี้ยิ่งน้อยยิ่งดี

Daily Pageviews Per Visitor : จำนวนหน้าที่คนเข้าเว็บไซต์ และเปิดดูไปเรื่อย ๆ ในส่วนนี้ยิ่งเยอะ ยิ่งดี แสดงให้คุณเห็นว่าเว็บไซต์ของคุณนั้น มีความน่าเชื่อถือ และมี Content ที่คุณภาพน่าสนใจ

- Daily Time On Site : เป็นอัตรา ค่าเฉลี่ยของเวลา ที่คนอยู่บนเว็บไซต์ของคุณ ยิ่งคนอยู่ในเว็บไซต์ คุณนานเท่าไหร่ยิ่งดี

 

 

3. เช็คอายุโดเมน

เว็บไซต์ไหน ที่มีอายุโดเมนมากกว่า ไม่ได้แปลว่ามีคุณภาพมากกว่าเว็บไซต์ ที่มีอายุโดเมนน้อยกว่า แต่ Google นั้นจะมองอายุโดเมน ที่มากนั้นมีคุณภาพมาก

 

 

4. เช็ค Mobile Friendly

Mobile Friendly คือ การทำให้เว็บไซต์ ของเรารองรับ อุปกรณ์เคลื่อนที่ อย่างสมาร์ทโฟน ที่ผู้ใช้งานสามารถ เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย และสะดวกสบาย เมื่อใช้งานผ่านมือถือ การที่ผู้ใช้งานในเว็บไซต์คุณนั้น ต้องคอยซูมเข้า และซูมออก เลื่อนขวา เลื่อนซ้าย เพื่ออ่านข้อมูล บนหน้าเว็บไซต์ ไม่ได้ให้ประสบการณ์ การใช้งานที่ดีต่อผู้เข้าใช้เว็บไซต์ เพราะไม่มีความเป็น Mobile Friendly

 

 

5. ดู Traffic คนเข้าใช้เว็บไซต์

Ubersuggest คือ เว็บไซต์ที่ช่วยวิเคราะห์คำ Keyword ต่าง ๆ เพื่อให้คุณได้นำมาใช้ เป็นแนวคิดในกรผลิต Content และนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับมาวางแผนกลยุทธ์ ทางการตลาดเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ โดยเครื่องมือนี้สร้างโดย Neil Patel ผู้เชี่ยวชาญ SEO ระดับโลก วิธีการดูมี ดังนี้

 

- Organic Keyword : คำ Keyword ทั้งหมดบนเว็บไซต์ ของคุณที่มีการค้นหา และพบเจอเว็บไซต์ของคุณ

- Organic Monthly Traffic : เป็นจำนวน เฉลี่ยของคน ที่เข้าเว็บไซต์ใน 1 เดือน ผ่านการค้นหาแบบปกติ ซึ่งจะไม่รวมการค้นหาจากโฆษณา

 

 

6.เช็คความเร็วเว็บไซต์

การทำ SEO คือ การทำเว็บไซต์ ของตัวคุณเอง ให้ดีกว่าคู่แข่ง ต้องสวยกว่า content ดีกว่า และที่สำคัญต้องเร็วกว่า คุณสามารถเช็คผ่าน Extension Lighthouse ซึ่ง Lighthouse จะทำการตรวจวัดความเร็วหน้าเว็บ จากการเปิดบนมือถือเป็นหลัก เพราะว่า Google ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับ Mobile First ไม่ใช่แค่เปิดเว็บไซต์ แต่เป็นในขณะการใช้งาน และการปิดเว็บไซต์ด้วย

 

 

7.การเขียน Title

ในพื้นฐานในการทำ SEO On-Page นั้น สิ่งที่สำคัญ คือ Title หัวเรื่องของเว็บเพจนั้น ๆ Google จะ Index ข้อมูลเว็บของคุณ หรือไม่ขึ้นอยู่กับการเขียน Title และ Title จะถูกแสดงในหน้าผลการค้นหา ( SERP ) จะมีคนเข้ามานเว็บไซต์ของคุณ มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับ Title ด้วย การเขียน Title ที่ดีตองมีคำที่เป็น Keyword ชัดเจน การวางข้อความต้อง ดูเป็นธรรมชาติไม่ดูเป็น Spam และต้องเขียนให้หน้าสนใจ ทำให้คนที่เห็นผ่าน ๆ อยากคลิกเข้าไปในเว็บไซต์คุณ คุณสามารถเช็คเว็บคู่แข่ง ของคุณว่าเขียน Title ว่าอะไรบ้าง คือ การเช็คผ่าน Extension ชื่อว่า Mozbar

 

 

วิธีเขียน Title ที่ดี

- Title มี keyword ชัดเจน วางอยู่ตำแหน่งต้นประโยค

- ความยาว Title และ Meta Description เหมาะสม

- Title และ Meta Description เขียนไม่ซ้ำกัน

- มี keyword อยู่บน Meta Description

- การวางตำแหน่ง keyword ระหว่าง Title กับ Meta Description มีความถูกต้อง

- ควรจะมี Keyword เป็น H1 อยู่ 1 ครั้ง

 

วิธีเขียน Title ที่ไม่ควรทำ

- Title กับ Meta description เขียนซ้ำกัน

- Title กับ Meta description เขียนยาวเกินไป

- เขียน H1 ยาวเกินไป

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO

กลยุทธ์ทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ

Created : 10-05-2021

บทความที่น่าสนใจ

การทำโปรชั่น

PANTONE มีดีมากกว่าแค่สี


line line