กลยุทธ์ทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ

Share : facebook line twitter fb-messenger

บทความ กลยุทธ์ทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ

บทความ www.seolnwza.com



เคยไหมทำ SEO แล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ คนเข้าดูหน้าเว็บไซต์น้อย หรืออาจจะถึงขั้นไม่มีผู้เข้าดูใหม่ ๆ เลย ทั้ง ๆ ที่เราก็ทำเหมือน ๆ กับคนอื่น ๆ วันนี้เราจึงมาแนะนำ กลยุทธ์ที่จะทำให้การทำ SEO ของคุณประสบความสำเร็จ อย่างงดงามกันค่ะ

 

SEO คืออะไร ?

SEO ( Search Engine Optimization ) คือการทำให้คนเห็น เยี่ยมชม และได้รับประสบการณ์ที่ดี จากเว็บไซต์ หรือใช้แอปพลิเคชั่น มากขึ้นบน Google ที่ครองตลาดใหญ่ที่สุด ของ Search Engine โดยไม่พึ่งเงินทำ โฆษณาออนไลน์ ให้คนคลิกเข้าเว็บ ฯ หรือแอป ฯ ตรง ๆ ( Pay per click ) เป็นหลัก

 

SEO ( Search Engine Optimization ) จะทำหน้าที่ ให้คนรับรู้ว่าเว็บไซต์ ของเราอาจเกี่ยวข้อง กับสิ่งที่สงสัย และลองเข้าไปเยี่ยมชม และสนใจ หากสนใจจนอยากซื้อสินค้า หรือใช้บริการ ก็สามารถค้นหา แบรนด์ของเรา และเจอเว็บ ฯ ของเราที่ทำ Google Adwords รอไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEM ( Search Engine Marketing ) นั่นเอง ดังนั้น SEO ( Search Engine Optimization ) จึงไม่ใช่แค่การทำให้ เว็บไซต์ และแอปฯ ที่เป็น Digital Asset ติดอันดับ หน้าหนึ่งบน Google เพียงอย่างเดียว

 

 

ฉะนั้นกลยุทธ์หลัก ๆ ในการทำ SEO ( Search Engine Optimization ) จริง ๆ คือกลยุทธ์หลัก ๆ ในการทำ Digital Marketing จะต้องทำให้เว็บไซต์ ไม่กระโดดไปขายของเลย แต่ต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักก่อน แล้วค่อยกระตุ้นความสนใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้า และบริการที่เราขาย ก่อนที่จะมาเป็นลูกค้า และบอกต่อแบรนด์ต่อไป

 

1. ทำให้กลุ่มเป้าหมาย รู้จักเว็บไซต์ของเราก่อน

กลุ่มเป้าหมายในขั้นนี้ ไม่ได้ตั้งใจค้นหา ชื่อแบรนด์ของเราแต่แรก แต่จะเริ่มจากค้นหา สิ่งที่สงสัย และต้องการก่อน เช่นกลุ่มเป้าหมาย อยากกินอาหารญี่ปุ่นแถวสีลม อาจจะค้นหาคำว่า “ ร้านอาหารญี่ปุ่นแถวสีลม ” แล้วเจอเว็บไซต์ ของร้านอาหารญี่ปุ่น ที่บนหน้าแรกของ Google และรวมถึงเว็บไซต์ แนะนำร้านอาหารที่ว่า ซึ่งพอคลิกเข้าไปดูแล้ว ก็อาจจะเจอร้านอาหารของเราก็ได้ส่วนเว็บไซต์ จะเป็นของเรา หรือของคนอื่นก็ได้

 

2. ทำเนื้อหา และออกแบบเว็บไซต์ ให้น่าสนใจ

ขั้นตอนนี้ไม่ใช่การโฆษณา ขายแบรนด์ สินค้าหรือบริการของเรา แต่ให้รายละเอียด ลักษณะสินค้าบริการของเรา กับกลุ่มเป้าหมาย เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ กลุ่มเป้าหมายหาข้อมูลเพิ่มเติม อยากรู้จัก แบรนด์ของเรามากขึ้น รวมไปถึงการ ออกแบบเว็บไซต์ให้น่าสนใจ

 

3. ให้ความรู้เกี่ยวกับ ประเภทสินค้า หรือบริการที่เราขาย

ขั้นตอนนี้ ท้าทายสำหรับแบรนด์ ที่ขายสินค้าราคาแพง มีความใหม่ ซับซ้อน คู่แข่งเยอะ แบรนด์เราก็ไม่ใช่แบรนด์เดียว ที่เป็นตัวเลือก ของกลุ่มเป้าหมาย ฉะนั้นเว็บไซต์ ควรทำเนื้อหาที่เปรียบเทียบสินค้า และบริการระหว่างแบรนด์ ของเรากับคู่แข่งในแง่ต่าง ๆ รวมถึงสินค้า หรือบริการที่ใช้ทดแทนกันได้ แล้วชูจุดขายหรือ ( Unique Value Proposition ) ของสินค้าเราขึ้นมา

 

4. ขายของ

ขั้นตอนนี้การทำ Google Adwords จะมีประสิทธิภาพ มากกว่าทำ SEO ( Search Engine Optimization ) เฉย ๆ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมาย ตัดสินใจที่จะซื้อสินค้า หรือเลือกใช้บริการของเราแล้ว จึงค้นหาชื่อแบรนด์ของเราโดยตรง ฉะนั้นควรทำให้เว็บเพจ ที่ขายของไปอยู่อันดับต้น ๆ บนหน้าแรกของ Google โดยใช้โฆษณา Google Adwords ดีกว่าปล่อยให้กลุ่มเป้าหมาย ไปเจอเว็บ ฯ ของคู่แข่งแทน

 

5. กระตุ้นให้ลูกค้า ได้เขียนรีวิวสินค้า และบอกต่อ

ขั้นตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากเปิดพื้นที่ออนไลน์ ให้ลูกค้าได้เขียนรีวิวสินค้า หรือบริการที่ใช้ไปแล้ว หรือเราสามารถขอให้ลูกค้าเขียน Testimonial ให้กับเว็บไซต์ ซึ่งจริง ๆ แล้วลูกค้าจะไปรีวิว หรือบอกต่อที่ไหนก็ได้ เช่น Pantip เป็นต้น

 

ขั้นตอนนี้ จึงกลายเป็นเรื่องของ การสร้างชื่อเสียงของแบรนด์ ซึ่งจะส่งผลต่อการทำ SEO ( Search Engine Optimization ) ในอนาคต เช่นชื่อแบรนด์ของเรา ติดตลาดแล้ว เราเลยสามารถใช้ชื่อแบรนด์ เป็นคีย์เวิร์ดได้ ยิ่งคนพูดถึงเยอะ เรายิ่งได้ traffic เยอะจากชื่อแบรนด์ ของเราเป็นต้น

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ทำไมกลยุทธ์ การตลาดดิจิทัล ถึงต้องการ Instagram

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO

Created : 18-03-2021

บทความที่น่าสนใจ

หากอยากทำ SEO ให้ดี ห้ามทำสิ่งนี้เด็ดขาด

PANTONE มีดีมากกว่าแค่สี


line line