13 เทคนิคเพิ่มยอดขาย แค่ปรับแต่งเว็บไซต์เพียงนิดเดียว

Share : 13 เทคนิคเพิ่มยอดขาย แค่ปรับแต่งเว็บไซต์เพียงนิดเดียว 13 เทคนิคเพิ่มยอดขาย แค่ปรับแต่งเว็บไซต์เพียงนิดเดียว 13 เทคนิคเพิ่มยอดขาย แค่ปรับแต่งเว็บไซต์เพียงนิดเดียว 13 เทคนิคเพิ่มยอดขาย แค่ปรับแต่งเว็บไซต์เพียงนิดเดียว

13 เทคนิคเพิ่มยอดขาย แค่ปรับแต่งเว็บไซต์เพียงนิดเดียว

บทความ www.seolnwza.com



เพราะเราไม่รู้หรอกว่าเว็บของเราดีแค่ไหนจนกว่าจะให้ลูกค้าเข้ามาในเว็บไซต์และให้ข้อมูลใน Google Analytics มาบอกเรา จริงๆ เราควรทำ A/B Test กันไปเลยด้วยซ้ำว่า ถ้าเราปรับแต่งองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ และเที่ยวก่อนปรับแต่ง แบบไหนทำรายได้มากกว่ากัน

 

แต่ใครที่ไม่อยากทำ A/B Test ให้เสียเวลา เรามาดูว่าการปรับแต่งแบบไหนถึงจะได้ผล

 

1. เอาแบนเนอร์สินค้าออก

ฟังดูไม่เข้าท่าเลยใช่หรือไม่ แต่จริงๆ แล้วการเอาแบนเนอร์สินค้าออก ทำให้ข้อมูลของสินค้าที่สำคัญกว่าแบนเนอร์ได้เลื่อนขึ้นมาบนเว็บไซต์ให้คนได้เห็น ไม่ต้องสร้าง awareness ให้เสียเวลาแล้ว บอกไปเลยว่าขายอะไร ราคาเท่าไหร่ เทคนิคนี้ได้จากเกม Sim City ซึ่งพอเอาแบนเนอร์ออกแล้ว ก็ทำให้มียอด Checkout เพิ่มขึ้นถึง 43%

 

2. ปุ่ม Buy Now ได้ผลกว่า Shop Now นะ รู้หรือยัง?

ผมยังสงสัยเลยว่ามันทำให้คนซื้อของมากขึ้นอย่างไร? เทคนิคนี้ได้ผลกับเว็บไซต์ขายสว่าน ซึ่งพอใช้คำว่า Buy Now บนปุ่มกดซื้อของแล้ว กลับทำให้มีคนคลิกเข้าไปซื้อมากกว่าปุ่ม Shop Now ถึง 17% ฉะนั้นการใช้คำแค่ต่างกันนิดเดียว ก็ทำให้คนคลิกมากหรือน้อยแล้ว

 

3. อย่าขยายรูปสินค้าบางตัวที่เราอยากขาย

จริงอยู่ว่ามันทำให้สินค้าตัวนั้น มีคนคลิกเข้าไปดูมากขึ้น แต่มันก็ไม่ได้รับประกันว่าจะขายได้ดีกว่าสินค้าตัวอื่นหรอกนะ ฉะนั้นทางที่ดี ควรโชว์รูปสินค้าให้เท่าๆ กันน่ะแหละ ดีแล้ว อย่างเว็บไซต์ขายถุงเท้า SmartWool ที่พอทำทุกรูปสินค้าให้มีขนาดเท่ากัน กลับทำให้ Revenue per Visitor เพิ่มขึ้น 17%

 

4. บอกให้คนเข้าเว็บไซต์รู้ไปเลยว่า ต้องทำอะไรต่อไป

ไม่ใช่บอกว่า กดปุ่มนี้เป็นร้านขายของนะ เขียน Call to Action ไปเลย อย่างเว็บขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของ Samsung ที่พอหันมาใช้ Call to Action เป็นปุ่มกดเข้าร้านสินค้า ก็ทำให้เว็บมีรายได้ต่อเดือนเพิ่ม 16%

 

5. เอาแถบ Navigation Bar ด้านบนของเว็บไซต์ออกไป

ความเชื่อที่ว่าการมี Navigation Bar ทำให้คนเข้าเว็บรู้ว่าอะไรมันอยู่ตรงไหน แต่ความจริงคือ Navigation Bar ก็มีข้อเสียตรงที่มีทางเลือกเยอะแยะให้คนกดเข้าไปจนไม่รู้ว่าจะกดตรงไหนก่อนดี ฉะนั้นดีที่สุดเอาออกไปเลย โดยเฉพาะช่วงที่คนกำลังเลือกซื้อของและกำลังจะกดจ่ายเงิน อย่าง VeggieTales ซีรีย์อนิเมชั่นของเด็ก ที่พอเอา Navigation Bar ออกไปก็ทำ Revenue per Visitor เพิ่มขึ้นอีก 14%

 

6. เลิกโชว์หมวดหมู่ย่อยของสินค้า (Subcategories)

คล้ายกับข้อที่แล้ว แต่ข้อนี้หลักการคือ เราต้องการให้ลูกค้าได้เห็นตัวเลือกสินค้าที่น้อยลง สร้างความรู้สึก Scarcity เพื่อสร้าง conversion และยอดขายเพิ่มขึ้นตามมานั่นเอง อย่าง com ที่เป็นร้านค้าสะดวกซื้อออนไลน์ของต่างประเทศ พอเอาแถบ Subcategories ออกก็ช่วยเพิ่ม Revenue per Visitor อีก 53.8%

 

7. Frequently Asked Question (FAQ) ช่วยเพิ่ม Conversion ไปเกือบ 70%

การใส่เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่มาจากคำถามที่ถูกลูกค้าถามบ่อยๆ ใต้รูปสินค้าทำให้ Conversion หรือมีคนซื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากคนมีข้อมูลเพิ่มขึ้นในการตัดสินใจซื้อนั่นเอง

 

8. ลองสุ่มสินค้าอื่นขึ้นโชว์ในอันดับต้นๆ ในเว็บไซต์ดูบ้าง

อันนี้จะยากนิดนึง ถ้าธุรกิจไหนมีคนเขียนโค้ดเขียนอัลกอริธึ่มให้ทำอย่างที่ว่าได้ แล้วดูว่าการเรียงลำดับของสินค้าแบบไหนทำ Conversion Rate, AOV และ RPV ได้มากกว่ากัน

 

9. ทำเว็บไซต์ตามอุปกรณ์ที่ลูกค้าเข้าเว็บไซต์

เพราะเมื่อคนเข้าเว็บไซต์จากสมาร์ทโฟนมากขึ้น เราก็ต้องทำเว็บฯให้เหมาะกับหน้าจอสมาร์ทโฟน รวมไปถึงการกดปุ่มต่างบนเว็บฯในมือถือ โดยเฉพาะแบนเนอร์ซึ่งถ้าทำแบบ Desktop แล้วเอาไปโชว์บนมือถือ จะดูไม่น่าสนใจเลย เว็บฯของ Sony ที่ทำแบนเนอร์สำหรับมือถือ ก็ทำให้มีคนคลิกเพื่มอีก 20%

 

10. ปุ่มในหน้า Checkout ยังเป็นปุ่ม Continue อยู่หรือเปล่า

เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ลูกค้าก็จะไม่รู้เลยว่าตัวเองจะต้องกดสั่งซื้อของอีกกี่ขั้นตอนถึงจะจบ ฉะนั้นในเพจที่ลูกค้ากดเลือกของเสร็จ ควรเขียนคำว่า Review Order จะดีที่สุด เพื่อที่ลูกค้าจะได้รู้ว่าได้เวลาจ่ายเงินแล้วนะ ซึ่งปุ่ม Review Order ช่วยเพิ่ม Click Rate มากกว่าปุ่ม Continue ถึง 4% (จากการทดลองในเว็บฯของ Insound)

 

11. ลองทดสอบ User experience กับคอนเทนต์ตัวเดียวกัน

อย่างปุ่มซื้อสินค้า ถ้าเราทดสอบหลายๆ รูปแบบ จนได้รูปแบบที่คนกดง่ายที่สุดก็จะทำให้เว็บฯได้ CTR เพิ่มขึ้น

 

12. รู้ใจคนเสิร์ช ถึงจะพิมพ์ Keyword ผิด

นี่ก็อีกเรื่องที่ต้องอาศัยคนเขียนโค้ดเก่งๆ แต่แค่นี้ไม่พอ เพราะเราต้องทำ Market Research เพื่อให้เข้าใจลูกค้ามากขึ้นว่าจริงๆ แล้วลูกค้าต้องการอะไร จากคีย์เวิร์ดที่พิมพ์ผิด เว็บไซต์ขายรูปภาพอย่าง Bigstock ก็ได้ทดลองอัลกอริธึ่มสุ่มคีย์เวิร์ดชุดที่ว่า ทำให้มียอดดาวน์โหลดรูปภาพไปใช้มากขึ้น 3%

 

13. ใช้ภาพแบบ High Quality ก็ช่วยเพิ่มยอดขายได้

แต่เข้าใจว่าการได้รูปที่มีคุณภาพสูงต้องใช้ต้นทุนสูงเช่นกัน ฉะนั้นก่อนลงทุนเรื่องรูป อยากให้ทดสอบ Format ของเว็บและตำแหน่งที่วางของรูปดูก่อน

 

ส่วนเทคนิคเล็กๆ น้อยในการโฆษณาให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มทางเลือกในการจ่ายเงิน เสนอส่งสินค้าฟรี นำเสนอสินค้าในมุมที่แตกต่างจากเดิมที่มีแค่รูปภาพ ก็ลองเป็นวิดีโอดูบ้าง มีเบอร์โทรศัพท์ทิ้งไว้ในโฆษณาให้สอบถาม เขียนนโยบายการคืนสินค้า และที่สำคัญ ลองคิดดูว่าจริงๆ แล้วคุณค่าของสินค้าที่เราขายคืออะไรกันแน่ มันทำให้ลูกค้า “Get the Job Done” อย่างไร แค่นี้ก็พอที่จะทำให้เว็บฯออนไลน์ของเราขายของได้เยอะขึ้นแล้วละค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก marketingoops

 

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เคล็ดลับการวางแผนคอนเทนต์ โพสต์บล็อก

10 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO

Created : 04-03-2020

บทความที่น่าสนใจ

จริงหรือไม่! SEM = SEO

ทำความรู้จักกับ อัลกอริทึม ของ Google